
กระเป๋าความรู้ เมื่อคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการต๊าป
Bag Full of Wisdom when you are in trouble
สนับสนุนการผลิตทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีเครื่องมือตัดเกลียวของ YAMAWA
ภาพรวมตลาดรากฟันเทียม
ตลาดรากฟันเทียมมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางทันตกรรม ความต้องการโซลูชันฟื้นฟูฟันที่มีความมั่นคงในระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ผู้ผลิตจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่มีความแม่นยำและความสม่ำเสมอ YAMAWA สนับสนุนอุตสาหกรรมรากฟันเทียมด้วยเครื่องมือตัดเกลียวและ Rolling Dies ที่ช่วยให้การผลิตมีเสถียรภาพและคุณภาพที่ควบคุมได้
โครงสร้างของระบบรากฟันเทียม
ระบบรากฟันเทียมประกอบด้วย ฟิกซ์เจอร์ อะบัทเมนต์ และสกรูอะบัทเมนต์ โดยสกรูอะบัทเมนต์มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของการประกอบ
ความแม่นยำของรูปทรงเกลียวและสภาพผิวมีผลโดยตรงต่อความเสถียรในการขันยึดและความทนทานในการใช้งานระยะยาว
ความต้องการด้านเกลียวของสกรูอะบัทเมนต์
สกรูอะบัทเมนต์ผลิตจากไทเทเนียมหรือไทเทเนียมอัลลอย ซึ่งต้องการการควบคุมคุณภาพของเกลียวอย่างเข้มงวด ขนาดเกลียว M1.4 ถึง M2 ต้องอาศัยกระบวนการผลิตที่แม่นยำสูง
การรีดเกลียวด้วย Rolling Dies เป็นกระบวนการขึ้นรูปที่ช่วยให้ผิวเกลียวเรียบและมีความแข็งแรง
Surface areas available for regrinding used taps and issues of concern.
Example: Hand Taps. The surface areas available for regrinding a worn tap are the chamfer angle and the inside of each flute.
When taps are reground, it is essential to maintain
|
Tap sizes use the same size call out as a normal thread but the STI taps are larger in diameter to accommodate the oversize condition of the outside diameter of the Screw Thread Insert (STI). To produce a M10 tap would require a M10 STI tap. The rhombic shaped coil |
| ประเภทต๊าป : SP-PT1/4-19 (ต๊าปร่องเลื้อยสำหรับเกลียวท่อเตเปอร์) |
| [ก่อนปรับปรุง] ชิ้นงาน : SS400 เครื่องจักร : CNC หัวจับ : แบบแข็ง การป้อน : Fully synchronous น้ำมันต๊าป : น้ำหล่อเย็น ความเร็วตัด : 2.5เมตร/นาที (60RPM) |
[หลังปรับปรุง] ชิ้นงาน : SS400 เครื่องจักร : CNC หัวจับ : แบบ tension/compression การป้อน : Fully synchronous น้ำมันต๊าป : น้ำหล่อเย็น ความเร็วตัด : 2.5เมตร/นาที (60RPM) |
|||
| เพื่อพัฒนาผิวเกลียวให้ดีขึ้น แนะนำให้ใช้หัวจับต๊าปแบบ tension/compression ด้วยระบบการป้อน แบบ synchronous เพื่อทำให้มีการกัด 1ข้างที่มากขึ้น ทำให้สามารถได้เกลียว และผิวเกลียวที่ดีขึ้น |
||||
| ลักษณะผิวของเกลียวใน | ลักษณะผิวของเกลียวใน |
| 1) เมื่อใช้หัวจับต๊าปแบบแข็ง |
การจุ่มร้อนสังกะสี (กัลวาไนซ์)
เป็นระบบการทำผิวเพื่อป้องกันการกัดกร่อน หรือสนิมของเหล็ก โดยการทำให้แผ่นเหล็ก, เหล็กแท่งบีม, นั่งร้าน และชิ้นส่วนอื่นๆ ถูกชุบโดยสังกะสีที่อุณหภูมิสูง
การใช้งาน
สระว่ายน้ำ, ถนน, สะพาน, วิศวกรรมโยธา, สายไฟฟ้าแรงสูง, สายส่งกำลัง, แท่งเหล็กบีมก่อสร้าง และนั่งร้าน, เสาไฟฟ้าแรงสูงและอื่นๆ
แนวทางการเลือกต๊าป
ต้องตรวจสอบความหนาของการเคลือบ โดยค่าเส้นผ่าศูนย์กลางพิตช์จะใหญ่กว่าขนาดเกลียวปกติ ขึ้นอยู่กับขนาดความหนาของการเคลือบ
(Defined in JISB 0290-5. 1048) (mm)
| ค่าเส้นผ่าศูนย์กลางพิตช์จะถูกกำหนดด้านมาตรฐาน JIS |
| การต๊าปด้วยต๊าปท่อ PT | ||
|
ถึงแม้จะใช้เงื่อนไขการตัดที่ดีที่สุด รวมถึงไม่มีปัญหาเรื่องการสั่น หรือการเยื้องศูนย์ ด้วยคุณลักษณะรูปร่างของต๊าป ก็ไม่สามารถผลิตเกลียวให้ไม่มีเส้นหยุดนี้ได้ (ดูรูปด้านขวา) |
การต๊าปเกลียวเตเปอร์ด้วยต๊าป PT จะเป็นการกัดเกลียวที่ใช้ทุกส่วนของ คมตัด และทุกฟันที่กัด เมื่อกัดจบ และ มีการถอยหลังของต๊าป การกัดที่กัดลึก ลงไป ทำให้เกิดเส้นหยุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ | |
| การกัดด้วยคัตเตอร์ | ||
|
ถ้าคุณผลิตเกลียวเตเปอร์ด้วยคัตเตอร์ คุณจะไม่มีปัญหาเรื่องผิวเกลียวเลย โดยคัตเตอร์จะมีขนาดเล็กกว่าขนาดเกลียว และสร้างเกลียวในโดยใช้การเคลื่อนที่แบบ 3 มิติ |
แต่ถ้าเป็นการใช้คัตเตอร์การกัด แบบต่อเนื่อง ทำให้ไม่เกิดเส้นหยุด อย่างไรก็ดีการใช้คัตเตอร์ จำเป็นต้องใช้เครื่องจักร CNC เพื่อเขียนโปรแกรมทางเดินของเครื่องมือแบบ 3 มิติ ได้เท่านั้น |
| Point Drill หรือดอกเจาะนำศูนย์ ไม่มีส่วนที่เป็นดอกสว่านสำหรับกำหนดตำแหน่งศูนย์กลาง (จากรูปด้านล่าง) เนื่องจากดอกเจาะนำศูนย์ไม่มีส่วนนั้น เลยไม่เกิดปัญหาดอกหัก นอกจากนี้แล้วยังสามารถทำแชมเฟอร์รู ในคราวเดียวกัน ทำให้สามารถลดเวลาในการกัดงาน เพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้นอีกด้วย |
|
ดอกสว่านนำศูนย์ |
ดอกเจาะนำศูนย์ |
กำหนดตำแหน่งศูนย์กลาง เจาะ ดอกเจาะนำศูนย์ เจาะ
|
YAMAWA ดอกเจาะนำศูนย์มี 2 แบบ คือ PE-Q มุม 90° และ PE-S มุม 60° นอกจากนี้ยังมีแบบอื่นๆ |
ทาง YAMAWA นำเสนอสินค้าสำหรับเกลียวขนาดเล็กเป็นมาตรฐาน ทั้งต๊าปตัดเฉือน, โรลต๊าป และโรลลิ่งดาย
|
MS+RS ・HPsRZ |
||
|
MS+TR |
||
|
MS-RS-D |
||
|
ช่วงสเปคของเกลียวขนาดเล็ก จะมีเป็น S0.3x0.08 ถึง S1.4x0.3 โดยเส้นผ่าศูนย์กลางในของเกลียวขนาดเล็ก S จะมีขนาดใหญ่กว่าเกลียวเมตริกทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น |
[คำแนะนำ]
ระบบคลาส G สำหรับโรลต๊าป จะอ้างอิงคล้ายกับมาตรฐาน ANSI คลาส GH โดยแต่ละคลาสจะมีความกว้างประมาณ 0.0005 นิ้ว(12.7 ไมโครเมตร) ชนิดของวัสดุงาน จะเป็นตัวกำหนดรูปร่างของเกลียวใน ดังนั้น ใน 1 ขนาดของโรลต๊าปจะมีคลาสอยู่ 2-3 ระดับ เพื่อกำหนดค่าเกลียวที่เหมาะสมได้
ยกตัวอย่างดังนี้
ปกติ N+RZ M5x0.8 โรลต๊าปสำหรับเหล็กจะใช้คลาส G6 และเมื่อมีการทำเกลียว แล้วเช็คตาราง GP-6H ได้ผลว่าเกลียวฟแตเกินไป อาจจะใช้คลาส G7 หรือ G8 เพื่อแก้ปัญหา
อย่างไรก็ตาม ช่วยหมายเหตุไว้ว่า การใช้โรลต๊าปด้วยคลาสที่สูงขึ้น จะส่งผลให้มีค่าเส้นผ่าศูนย์กลางในที่เล็กลง เนื่องจากมีการเพิ่ม เนื้อสำหรับอัดขึ้นรูป ถ่ายังพบปัญหานี้อีกให้ทำรูก่อนต๊าปมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย
[คำแนะนำ]
| สามารถอ้างอิงตารางด้านล่าง เพื่อเลือกโรลต๊าปคลาสที่เหมาะสมได้ | |
เกลียวแตกมักจะเกิดขึ้นกับต๊าป SP เมื่อทำเกลียวไป 10 รู
เกลียวแตกเกิดขึ้นจากเศษตรงตำแหน่งเกลียวหลังจากส่วนของแชมเฟอร์
|
<เงื่อนไข> |
| ต๊าป YAMAWA จะมีคุณสมบัติ BLF เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในส่วนของเกลียว |
|
ไม่เกิดการแตกหัก แม้จะต๊าปไปแล้ว 250 รู |
ได้ผิวเกลียวในที่ดี |
| เนื่องจากรูปทรงพิเศษส่งผลให้มีการปรับปรุงการคายเศษที่ดีขึ้น โดย BLF จะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพการกัดที่ดีขึ้น และป้องกันการแตกหักของส่วนของเกลียวต๊าป นอกจากจะช่วยให้ใช้ได้นานขึ้นแล้ว การลดความสูงของส่วนของเกลียวในพื้นที่ BLF ยังลดปัญหาแรงต้านในการตัด และเศษเชื่อมติดอีกด้วย | |