DOWNTIME คือ ช่วงเวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงาน ไม่สามารถผลิตชิ้นงานได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลผลิต ต้นทุน และการส่งมอบ |
ทำไม DOWNTIME ถึงสำคัญ? |
|
ลดผลผลิต สูญเสียโอกาสในการผลิต |
|
|
เพิ่มต้นทุน ทั้งค่าแรง วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายแฝง |
|
|
กระทบการส่งมอบ ส่งมอบล่าช้า สูญเสียความเชื่อมั่น |
|
|
กระทบคุณภาพ เร่งผลิต อาจทำให้คุณภาพลดลง |
|
|
|
|
|
MACHINE MONITORING คือการติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลการทำงานของเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสียหาย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงงาน |
ทำไม MACHINE MONITORING ถึงจำเป็น? |
|
เครื่องจักรหยุดโดยไม่คาดคิด กระทบการผลิต และการส่งมอบ |
|
|
ไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ทำให้แก้ไขได้ไม่ตรงจุด |
|
|
ข้อมูลกระจัดกระจาย ตัดสินใจยาก ไม่มีหลักฐานอ้างอิง |
|
|
ต้นทุนการซ่อมบำรุงสูง และสูญเสียโอกาสในการผลิต |
|
|
แข่งขันได้ยาก หากไม่มีข้อมูล ในการพัฒนา และปรับปรุง |
|
|
|
|
|
MONITOR อะไรได้บ้าง?
|
สถานะการทำงาน Run / Stop / Idel Alarm |
เวลาการเดินเครื่อง Runtime / Downtime Cycle Time |
สมรรถนะเครื่องจักร Speed, Feed, |
OEE (Overall Equipment Effectiveness) คือ ค่าที่ชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรโดยรวมครอบคลุม 3 ปัจจัยหลักเพื่อช่วยให้โรงงานเพิ่มผลผลิต ลดความสูญเสีย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน |
ทำไม OEE ถึงสำคัญ? |
| วัดประสิทธิภาพเครื่องจักรแบบเป็นตัวเลข | |
| ค้นหาความสูญเสีย และปัญหาได้ตรงจุด | |
| ช่วยเพิ่มผลผลิต โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเครื่องจักร | |
| ใช้เปรียบเทียบ และติดตามผลการปรับปรุง | |
| เป็นพื้นฐานของการทำ Lean, TPM และ Smart Factory |
|
Availability (ความพร้อมใช้งาน) สัดส่วนเวลาที่เครื่องจักรพร้อมทำงาน เมื่อเทียบกับเวลาที่วางแผนไว้
|
X |
Performance (ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง) สัดส่วนความเร็วในการผลิตจริง เมื่อเทียบกับความเร็วตามมาตรฐาน
|
X |
Quality (คุณภาพ) สัดส่วนชิ้นงานต่อชิ้นงานที่ผลิตทั้งหมด
|
> |
OEE Qverall Equipment Effectiveness OEE = A x P x Q ค่ายิ่งสูงยิ่งดี |
||||||
ความสูญเสีย 6 ประการ ที่ส่งผลต่อ OEE
ผมมีปัญหาเศษตัดพันติดอยู่ที่ต๊าป และที่ตัวเครื่องระหว่างการต๊าปด้วยต๊าปแบบ Spiral Fluted Tap
|
|
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า เศษตัด (chips) ไม่ไปกระแทกหรือสัมผัสกับโฮลเดอร์ของต๊าป หรือส่วนอื่น ๆ ของเครื่องจักร เนื่องจากเศษที่พันติดอยู่กับต๊าปหรือเครื่อง อาจทำให้เกิดคมตัดบิ่น (cutting edge chipping) หรือการหักของต๊าป (tap breakage)
|
แนวทางแก้ไขปัญหา
|
• หากเศษตัด (chips) ไปกระแทกกับ เครื่องจักร, จิ๊ก (fixture) หรือท่อ/สาย coolant เศษอาจไม่ถูกคายออกจากรูตามปกติ และเกิดการ พันติดอยู่กับเกลียวของต๊าปแทน • หากเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของ Tap Holder ใหญ่เกินไป เศษตัด (chips) อาจไปชนกับตัวโฮลเดอร์ ทำให้เศษไม่สามารถคายออกได้ตามปกติ และเกิดการพันติดกับเกลียวของต๊าป • ปัญหาเศษตัดพัน (chip entanglement) สามารถทำให้เกิดได้ง่ายดังนี้ คมตัดบิ่น (cutting edge chipping) หรือการหักของต๊าปแบบรุนแรง (catastrophic breakage) • ควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่า เศษตัดสามารถคายออกได้อย่างราบรื่น |
ผมต้องการนำต๊าปที่สึกแล้วกลับมาใช้งานต่อโดยการลับคมใหม่
|
ประสิทธิภาพและความเสถียรในการตัดของต๊าปขึ้นอยู่กับความสมดุลของหลายปัจจัย เช่น มุมคมตัด (cutting angle), มุม relief ของช่วง chamfer และความกว้างของ margin
|
พื้นผิวของต๊าปที่สามารถลับคมได้ และข้อควรระวังที่เกี่ยวข้อง
|
|
เมื่อทำการลับคมต๊าป จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษา มุม chamfer เดิมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการตัดที่ใกล้เคียงกับต๊าปใหม่มากที่สุด |
ผมกำลังพิจารณานำต๊าปไปลับคมเพื่อใช้งานซ้ำ มีแนวทางหรือข้อแนะนำหรือไม่ว่า ต๊าปประเภทใดสามารถลับคมได้ และประเภทใดไม่ควรลับ? |
ประสิทธิภาพของต๊าปทุกชนิดขึ้นอยู่กับความสมดุลขององค์ประกอบหลายประการ เช่น มุมคมตัด (cutting angle) / ช่วง chamfer (cutting chamfer) / ความกว้างของ margin โดยทั่วไปแล้ว YAMAWA ไม่แนะนำให้ลับคมต๊าป เนื่องจากการลับคมจะทำให้ประสิทธิภาพของต๊าปที่ลับใหม่ด้อยลงเมื่อเทียบกับต๊าปที่ลับจากโรงงาน (factory ground) อย่างไรก็ตาม หากยังมีความจำเป็นต้องลับคมต๊าป ควรพิจารณาข้อควรระวังต่าง ๆ ต่อไปนี้ในการลับคม |
Yamawa ไม่แนะนำให้ทำการลับคมต๊าปประเภทต่อไปนี้ |
| 1. ต๊าปพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับการต๊าปความเร็วสูง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยข้อกำหนดที่มีความละเอียดสูงมาก เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการต๊าปที่สูงเป็นพิเศษ จึงไม่แนะนำให้ลับคมใหม่ เนื่องจากยากต่อการทำให้โครงสร้างและองค์ประกอบสำคัญต่าง ๆ กลับมาเหมือนเดิมได้ |
||
| HFIHS สำหรับงานต๊าปความเร็วสูงพิเศษ | F-SP ต๊าปร่องเลื้อย สำหรับงานต๊าปความเร็วสูง | MHSL ต๊าปสำหรับเหล็กคาร์บอน ความแข็งปานกลาง ใช้กับงานรูทะลุ |
| 2. ต๊าปที่มีการเคลือบผิว | ||
เกี่ยวกับขนาดรูเจาะสำหรับ NPS Tap แบบ Drawing งานระบุให้ใช้ NPS 3/8-18 Tap
|
|
เกลียวตัวเมียที่สามารถทำได้ด้วย NPS Tap มี 2 แบบ คือ: NPSC, NPSM
|
ดังที่แสดงด้านล่าง เกลียวตัวเมียที่สามารถทำได้ด้วย NPS Tap มีดังนี้: NPSC, NPSM โดย เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน (Minor Diameter) ของเกลียว NPSC และ NPSM มีความแตกต่างกัน ส่งผลให้ ขนาดรูเจาะ (Tap Drill Size) แตกต่างกันด้วย ดังนั้น จำเป็นต้องเลือกขนาดรูเจาะให้เหมาะสมตามประเภทของเกลียวตัวเมียที่ต้องการผลิตนอกจากนี้:
|
■ ต๊าปสำหรับเกลียวท่อมาตรฐานอเมริกา
| ชื่อต๊าป | ชนิดเกลียวของต๊าป | เกรด | วัสดุ | สัญลักษณ์ ประเภทเกลียว |
ช่วงค่าความคลาดเคลื่อน ที่กำหนด |
| ต๊าป สำหรับเกลียวท่อตรง | NPS | เกลียวเจียร (Ground Thread) |
HSS | NPSC NPSM | 1/8~1 |
■ การจับคู่เกลียวท่ออเมริกา ระหว่างเกลียวตัวเมียและเกลียวตัวผู้
| มาตรฐาน |
ขนาดรูเจาะนำ (Tap Drill) เท่ากับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านในของเกลียวตัวเมียหลังทำเสร็จหรือไม่?
|
|
ก่อนอื่น จำเป็นต้องแยกให้ชัดว่าเป็นการทำเกลียวด้วย ต๊าปตัด (Cutting Tap) หรือ ต๊าปรีด (Roll Tap / Form Tap) |
|
ในกรณีการทำเกลียวด้วยต๊าปตัด
หลังจากการต๊าปแล้ว ลักษณะของเกลียวตัวเมียเป็นอย่างไร? |
ในกรณีการทำเกลียวด้วยต๊าปรีดเกลียว
|
ในกรณีของ ต๊าปรีดเกลียว (Roll Tap) ขนาดรูเจาะนำจะไม่เท่ากับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านในของเกลียวหลังทำเสร็จ
|
| เปรียบเทียบผลของ “ขนาดรูเจาะ” กับเกลียว (Roll Tap M6) (6H minor dia: Max 5.153 mm ~ Min 4.917 mm) |
• 6H PP-止 (Stop / No-Go): เกจวัดเกลียวตัวเมียด้าน “ไม่ผ่าน” (No-Go) สำหรับคลาส 6H • 6H PP-通 (Go): เกจวัดเกลียวตัวเมียด้าน “ผ่าน” (Go) สำหรับคลาส |
มีงานทำเกลียวท่อ โดยในแบบระบุว่า “PF 1-11A”
|
|
ให้พิจารณา “1-11” และ “A” แยกกัน
|
เกลียวตัวเมียแบบ PF มีระดับความแม่นยำ A และ B ส่วนต๊าป PF จะมีระดับ Class II และ Class III โดยระดับของต๊าปจะแสดงเป็น “II” และ “III”
ต๊าประดับ Class II จะมีช่วงค่าความคลาดเคลื่อนของ Pitch Diameter ที่อยู่ภายในช่วงของเกลียวตัวเมียทั้ง Class A และ Class B
ดังนั้น ต๊าป PF ทั่วไป (ซึ่งเป็น Class II) สามารถใช้ทำเกลียว Class A ได้ และต๊าปมาตรฐาน JIS “G” (BSPP)
ก็อยู่ในช่วง tolerance ของ Class A เช่นกัน จึงสามารถใช้งานแทนได้
■ ความสัมพันธ์ระหว่างช่วงค่าความคลาดเคลื่อนของเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ (Pitch Diameter) ของเกลียวท่อและต๊าป
■ เกลียวท่อ: ตารางเทียบสัญลักษณ์
| ประเภท | หมวดหมู่ | JIS | |
ทราบว่าต๊าปเกลียวท่อแบบขนานมีทั้ง Rp (PS) และ G (PF)
|
|
ทั้งสองเป็นต๊าปสำหรับเกลียวท่อแบบขนานที่มีขนาดและจำนวนเกลียวเท่ากันแต่มี “วัตถุประสงค์การใช้งานต่างกัน”
|
การเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนของ Pitch Diameter ระหว่าง Rp และ G ขนาด 3/8 |
|
เกลียว Rp (PS) คืออะไร? เกลียว Rp (PS) ใช้สำหรับการเชื่อมต่อที่ต้องการ |
เกลียว G (PF) คืออะไร? เกลียว G (PF) ใช้สำหรับการยึดประกอบทางกล |
การจับคู่เกลียวที่ถูกต้องคือ:
• เกลียวตัวผู้ R (PT) กับ เกลียวตัวเมีย Rp (PS)
• เกลียวตัวผู้ G (PF) กับ เกลียวตัวเมีย G (PF)
นอกจากนี้ เกลียวตัวเมีย Rp (PS) และ G (PF) ไม่ได้ต่างกันแค่ค่า