Ideal for tapping material such as plastic mold steels with hardness of 30-45HRC !!
| Product Features |
| Straight Fluted Taps for Taper Pipe Threads, for high hardness materials Spiral Fluted Taps for Taper Pipe Threads, for high hardness materials |
||
|
PMST OX Rc(PT) PMSP OX Rc(PT) |
||
ApplicationYAMAWA's PM taper pipe taps are suitable for tapping hardened mold steels with a hardness of 30-45HRC |
Made with DIN length blanks.
The DIN length provides excellent chip evacuation.
Made with our new powder metals HSS.
Powder metals HSS has excellent wear resistance.
Cutting surfaces have oxidization treatment.
Oxidization treatment (OX) is applied to the surface treatment which has excellent welding resistance.
Unique cutting edge design is suitable for high hardness materials.
| DIN overall length provides excellent chip evacuation. |
Ex.PT/Rc 3/8-19
| JIS overall length SP-PT | DIN overall length PMSP OX Rc |
Excellent chip evacuation Excellent surface finish |
|
Benefits of DIN overall |
| การต๊าปด้วยต๊าปท่อ PT | ||
|
ถึงแม้จะใช้เงื่อนไขการตัดที่ดีที่สุด รวมถึงไม่มีปัญหาเรื่องการสั่น หรือการเยื้องศูนย์ ด้วยคุณลักษณะรูปร่างของต๊าป ก็ไม่สามารถผลิตเกลียวให้ไม่มีเส้นหยุดนี้ได้ (ดูรูปด้านขวา) |
การต๊าปเกลียวเตเปอร์ด้วยต๊าป PT จะเป็นการกัดเกลียวที่ใช้ทุกส่วนของ คมตัด และทุกฟันที่กัด เมื่อกัดจบ และ มีการถอยหลังของต๊าป การกัดที่กัดลึก ลงไป ทำให้เกิดเส้นหยุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ | |
| การกัดด้วยคัตเตอร์ | ||
|
ถ้าคุณผลิตเกลียวเตเปอร์ด้วยคัตเตอร์ คุณจะไม่มีปัญหาเรื่องผิวเกลียวเลย โดยคัตเตอร์จะมีขนาดเล็กกว่าขนาดเกลียว และสร้างเกลียวในโดยใช้การเคลื่อนที่แบบ 3 มิติ |
แต่ถ้าเป็นการใช้คัตเตอร์การกัด แบบต่อเนื่อง ทำให้ไม่เกิดเส้นหยุด อย่างไรก็ดีการใช้คัตเตอร์ จำเป็นต้องใช้เครื่องจักร CNC เพื่อเขียนโปรแกรมทางเดินของเครื่องมือแบบ 3 มิติ ได้เท่านั้น |
ช่วยอธิบายเกี่ยวกับ “เตเปอร์” และ “มุมเตเปอร์” ของเกลียวท่อเตเปอร์ PT ของมาตรฐานญี่ปุ่น เกลียวท่อเตเปอร์ R และ Rc ของมาตรฐาน ISO และเกลียวท่อเตเปอร์ NPT, NPTF ของมาตรฐานอเมริกา
องศาเตเปอร์ของ PT, R, Rc และ NPT, NPTF จะเป็น 1/16 หรือ 3/4 นิ้วเตเปอร์ต่อฟุต (62.5 มิลต่อเมตร) วัดด้วยการเปลี่ยนแปลงของเส้นผ่าศูนย์กลางเกลียวท่อตามความยาวเกลียว ในรายละเอียดกรุณาอ้างอิงรูปด้านล่าง
การปรับปรุง
อัตราเตเปอร์ของเกลียวท่อเตเปอร์ = 1/16 องศาเตเปอร์เทียบกับ แกนกลางคิดจาก
tan-1(1/32) = 1.7899˚ หรือ 1˚ 47’ 24”
ดังนั้น เกลียวท่อจะมีองศาเตเปอร์เป็น 3˚ 34’ 47” ไม่ยากใช่ไหมครับ
Taper Pipe Threads : Basic profile of Rc threads.
เนื่องจากเกลียวท่อเตเปอร์ของอเมริกา NPT และ NPTF ก็มีอัตราเตเปอร์ เป็น 1/16 เหมือนกัน ดังนั้น องศาเตเปอร์ก็จะเป็น 3˚ 34’ 47” ด้วยนะ
สรุป ผมเริ่มเข้าใจความหมายของ “อัตราเตเปอร์”, “องศาเอียงของด้านเดียว” และ “องศาเตเปอร์” แล้ว ขอบคุณมากคุณนกฮูก wisdom
ทำไมต๊าปมือต้องมี 3 แบบ
ตัวที่ 1, 2 และ 3 ลุงนกฮูกรวบกวนช่วยบอกถึงความแตกต่างได้ไหมคะ
มันแตกต่างกันตรงที่ความยาวของแชมเฟอร์ครับ
ส่วนของแชมเฟอร์ จะอยู่ตรงข้ามกับก้านโดยอยู่ในส่วนที่เป็นเกลียว ช่วงที่เป็นส่วนเอียง ไปจนปลายต๊าป เกลียวจะถูกตัดโดยส่วนของแชมเฟอร์ในระหว่างการหมุนตัด จำนวน เกลียวในส่วนของแชมเฟอร์ จะแตกต่างกันตามต๊าปตัวที่ 1, 2 และ 3
(จากรูปเป็นต๊าบตัวที่ 2)ต๊าปตัวที่ 1 มีส่วนของแชมเฟอร์ 9 ฟัน
ส่วนที่เล็กที่สุดของแชมเฟอร์ 9 ฟันจะเป็นจุดเริ่มทำเกลียว เมื่อมีการหมุนลงไปในชิ้นงานต๊าปมือ โดยเมื่อหมุนลงไปเรื่อยๆ เกลียวเต็ม 1 เกลียวจะถูกกัดด้วย 9 ฟันของส่วนแชมเฟอร์ ซึ่งจะทำให้เป็นการกัดที่ง่ายที่สุด เนื่องจากการกัดเนื้องานด้วยความหนาน้อยสุด มักถูกใช้เป็นตัวเริ่มต้น หรือใช้ในรูทะลุต๊าปตัวที่ 2 มีส่วนของแชมเฟอร์ 5 ฟัน
ต๊าปตัวที่ 2 ก็มีหลักการทำงานกัดเกลียวเหมือนต๊าปตัวที่ 1 เรายังสามารถใช้ต๊าปตัวที่ 2 เป็นตัวเริ่มการ กัดเกลียวโดยไม่ต้องใช้ต๊าปตัวที่ 1 แต่อาจจะต้องมีตัวช่วยในเรื่องของจุดศูนย์กลางเกลียว ในกรณีรูตัน ต๊าปตัวที่
ตอนนี้ทางบริษัททำงานใช้ต๊าปที่มีขนาด M2.6x0.45 หรือเล็กกว่า แต่มักประสบปัญหาที่ ต๊าปมักจะหักอยู่บ่อยๆ จะมีวิธีไหนสามารถปรับปรุง แก้ไขให้ดีกว่านี้ไหม ?
ทำไมไม่ลองเปลี่ยนมาใช้ โรลต๊าป ที่เป็นต๊าปไม่ทำให้เกิดเศษ มันจะช่วยลดปัญหาต๊าปหักได้อย่างดีทีเดียว
ตัวอย่าง ทางบริษัทลูกค้ามักจะประสบปัญหาเมื่อต้องต๊าปงานกับเหล็กแสตนเลส โดยต๊าปขนาดเล็กๆจะหักบ่อย จึงแนะนำให้ลองเปลี่ยนมาใช้โรลต๊าบเพื่อลดปัญหานี้ดูกัน
[เงื่อนไขการต๊าบเมื่อทางยามาว่าได้รับปัญหานี้มา]
ต๊าป : SP P1 M2x0.4
ชิ้นงาน : SUS304
รูก่อนต๊าป : Ø1.6
อัตราป้อน : Full rigid
หัวจับ : Fixing
ความเร็วต๊าป : 3.2m / min(500min-1)
น้ำมันต๊าป : Water soluble oil (X20)
[ปรับปรุงโดยเปลี่ยนมาใช้ โรลต๊าบ]
ต๊าป : HP+RZ G4 M2x0.4
ชิ้นงาน : SUS304
รูก่อนต๊าป : Ø1.81
อัตราป้อน : Full rigid
หัวจับ : Fixing
ความเร็วต๊าป : 10m / min(1600min-1)
น้ำมันต๊าป : Water soluble oil (X20)
ต๊าปแบบตัดเฉือนที่มีร่องคายเศษแบบ ร่องเลื้อยจะมีปัญหาเรื่องการคายเศษ ทำให้ต๊าปหัก, ในทางตรงกันข้าม ถ้าใช้โรลต๊าปที่ไม่มีเศษ มันจะทำเกลียวที่
เรากำลังจะใช้โรลต๊าปเป็นครั้งแรก รบกวนช่วยแนะนำวิธีการใช้ให้ได้ไหม เพราะเท่าที่ทราบมา มันไม่ง่ายที่จะควบคุมขนาดของรูก่อนต๊าป
การใช้โรลต๊าปอย่างเหมาะสมนั้นไม่ยาก ถ้าคุ้นเคยกับวิธีการเลือกว่าจะใช้โรลต๊าป เพียงถ้าเราทำตามมาตรฐานที่กำหนดให้ก็จะใช้งานได้ดีขึ้น ผมว่ามันมีทางลัดที่จะช่วยได้
• เมื่อคุณมีประสบการณ์ในการใช้โรลต๊าป คุณจะมีวิธีของตัวเองในการใช้ อย่างไรก็ดี ผมจะนำเสนอพื้นฐานการใช้โรลต๊าป
พื้นฐานการเลือกโรลต๊าป
วัสดุชิ้นงานที่จะทำการต๊าป
● ควรตรวจสอบวัสดุชิ้นงานที่เหมาะจะใช้โรลต๊าป โดยโรลต๊าปจะเหมาะกับ อโลหะ เช่น อลูมิเนียม, เหล็กนิ่ม ไม่ใช่เหล็กหล่อหรือเหล็กแข็ง
↓ ขั้นแรกของการเลือกโรลต๊าป
● YAMAWA N+RS ใช้สำหรับอโลหะเช่น อลูมิเนียม และ N+RZ สำหรับเหล็กนิ่ม ถ้าต้องการเพิ่มอายุการใช้งานให้ใช้ HP+RZ
● ผมแนะนำ Plug แชมเฟอร์สำหรับรูทะลุ และ Bottoming แชมเฟอร์สำหรับรูตัน
● ผมแนะนำให้มาใช้คลาสมาตรฐานเกลียวสำหรับการสวมฟิต↓ วิธีการตรวจสอบคลาสเกลียวใน
↓ สำหรับเกลียวแรกให้เตรียมรูก่อนต๊าปที่ใหญ่กว่าคำแนะนำเล็กน้อย
● สำหรับเกลียวแรกให้เตรียมรูก่อนต๊าปที่ใหญ่กว่าคำแนะนำเล็กน้อย
※ ถ้ารูก่อนต๊าปมีขนาดเล็กเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาการขึ้นรูปเกลียวที่เยอะเกินไป และเกิดต๊าปหักได้↓
ต๊าปด้วยโรลต๊าปที่เลือกไว้
● เริ่มต้นการต๊าปด้วยโรลต๊าปครั้งแรก
①เมื่อเช็คด้วย Go ปลั๊กเกจแล้วแน่นให้ใช้ต๊าบที่มีคลาสสูงขึ้น
②เมื่อเช็ค NoGo ปลั๊กเกจแล้ว ทะลุผ่านให้ใช้ต๊าบที่มีคลาสต่ำลง
③ ถ้าเช็ค Go และ NoGo แล้ว OK แสดงว่าเราเลือกต๊าปได้ถูกต้องแล้ว
↓ ↓ ↓ ①
เมื่อเช็คด้วย Go ปลั๊กเกจแล้วแน่น ให้ใช้ต๊าบที่มีคลาสสูงขึ้น②
ถ้าเช็ค NoGo ปลั๊กเกจแล้วทะลุผ่านให้ใช้ต๊าบที่มีคลาสต่ำลง③
ถ้าเช็ค Go และ NoGo แล้ว OK แสดงว่าเราเลือกต๊าปได้ถูกต้องแล้ว
การอธิบายที่ผ่านมาดูยาก
แต่ทางเรารู้สึกว่าน่าจะทำได้ถ้าทำทีละขั้นตอนที่แนะนำ
ต้องทำได้แน่...
มาเลือกขนาดของรูก่อนต๊าปกันก่อนเถอะ
ตอนนี้ฉันใช้ต๊าปเกลียวเลื้อยกับหลายๆวัสดุชิ้นงานอยู่ ฉันมักจะมีปัญหาต๊าปหัก, ต๊าปปลายแตก, เศษเชื่อมติดต๊าป จะมีวิธีแนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้บ้างไหม?
วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างหนึ่งคือการเจาะรูก่อนต๊าปให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือใหญ่สุด ตามค่าที่รับได้ คุณก็จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ครับ
รูก่อนต๊าปมักจะไม่ค่อยได้รับการใส่ใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา บางครั้งการเข้าใจเกี่ยวกับขนาดของรูก่อนต๊าปจะช่วยแก้ปัญหาที่มีทั้งหมดได้
ปกติแล้ว รูก่อนต๊าปจะมีขนาดเดียว
กำหนดไว้สำหรับต๊าปแต่ละขนาดหรือเปล่า?
เช่น M8x1.25 ใช้ได้เฉพาะรู 6.8 มม. หรือเปล่านะ
ไม่ได้มีการกำหนดว่าขนาดรูก่อนเจาะของ M8x1.25 ต้องเป็น 6.8 มม.
ในมาตรฐาน ISO 6H หรือ JIS คลาส2
ขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางในเล็ก มีขนาด ได้ตั้งแต่ 6.647 - 6.912 มม.
เมื่อเกิดปัญหาในการ ต๊าปควรขยายขนาดรูก่อนต๊าป ให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่ จะทำได้
ในการทำ M8x1.25 เมื่อปรับขนาดรูก่อนต๊าป จาก 6.8 มม. เป็น 6.9 มม.
ปริมาตรของเศษลดลง 15% หรือเป็นผลให้แรงกระทำต่อต๊าปลดลงเช่นกัน 13%
ดังนั้นรูก่อนต๊าปยิ่งใหญ่ ก็จะยิ่งลดปัญหาเรื่องต๊าปหัก
ฉันกำลังต๊าปท่อด้วย ต๊าป Rc(PT) กับเครื่องแมชชีนเซ้นเตอร์ ฉันค่อนข้างกังวล ในเรื่องของผิวเกลียวที่ไม่สวย และเกิดการสั่น มีใครสามารถแนะนำวิธีการแก้ปัญหาได้บ้างนะ
เพื่อลดผลของการเกิดผิวเกลียวที่ไม่สวย และเกิดการสั่น ควรลดความเร็วตัดในการต๊าป หรือลดรอบ (RPM) ของเครื่องจักรลง
วิธีการปรับปรุง :
การอธิบายผิวเกลียวที่ไม่สวย และเกิดการสั่นขึ้น มักจะเกิดจากต๊าปเกลียวท่อเตเปอร์ ด้วยต๊าปเตเปอร์บนเครื่องจักรแมชชีนเซ็นเตอร์
ต๊าปปัจจุบัน :
ต๊าปท่อเตเปอร์ Rc1/4-19
เงื่อนไขการตัดปัจจุบัน
วัสดุ : SS400 (A36/A283C)
เครื่องจักร : Machining center
วิธีการป้อน : Full rigid type feed
น้ำมันหล่อลื่น : Water soluble type
ความเร็วตัด : 7m/min. (196RPM or 23SFM)
ผิวหน้าเกลียวของเกลียวใน หลังจากผ่านการทำเกลียว
การต๊าปหลังจากปรับปรุงเงื่อนไขการตัด
วัสดุ : SS400 (A36/A283C)
เครื่องจักร : Machining center
วิธีการป้อน : Full rigid type feed
น้ำมันหล่อลื่น : Water soluble type
ความเร็วตัด : 2.5m/min. (60RPM or 8SFM)
ผิวหน้าเกลียวของเกลียวใน
ฉันค่อนข้างประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวเกลียวที่ได้
ทำไมเมื่อใช้ต๊าปท่อเตเปอร์ Rc (PT) จึงมักเกิดปัญหาผิวเกลียวที่ไม่สวย และเกิดการสั่น
เนื่องจากเศษที่เกิดจากการตัดระหว่างต๊าปท่อเตเปอร์ Rc (PT) ต่างจากที่ได้จากต๊าปท่อ
แบบตรง Rp (PS)
จากแบบที่ 1 เมื่อต๊าปเกลียวเมตริก หรือต๊าปท่อแบบตรงเฉพาะส่วนหน้าที่เป็นแชมเฟอร์ จะเป็นส่วนที่ทำให้เกิดเกลียว และส่วนเกลียวเต็มที่เหลือ จะทำหน้าที่ประคองเกลียวเข้าไปเฉยๆ
ส่วนเมื่อตัดเกลียวด้วยต๊าปท่อแบบที่ 2 ต๊าปจะตัดด้วยเกลียว 1/16 เตเปอร์ หมายถึง ทุกเกลียวนำมาใช้ในการตัด ทำให้เศษที่เกิดจากการตัดมีขนาดบาง เมื่อกัดเหล็กนิ่ม หรือเหล็กคาร์บอนต่ำ ตัวคมตัดจะตัดได้ไม่ดี เกิดการไถลทำให้ผิวเกลียวที่ไม่สวย และเกิดการสั่นได้
แบบที่ 1 ส่วนของการตัดของต๊าปท่อแบบตรง
ความหนาของเศษ จาก HT 4ฟัน Rp (PS) 1/4-19 3.5แชมเฟอร์ อยู่ที่ประมาณ 65μm
แบบที่ 2 ส่วนของการตัดของต๊าปท่อแบบเตเปอร์
ความหนาของเศษ จาก HT 4ฟัน Rc (PT) 1/4-19 อยู่ที่ประมาณ 5μm
ต๊าปท่อแบบตรง Rp (PS) กัดเกลียวแบบตรง ดังนั้นต๊าปจะใช้เฉพาะส่วนแชมเฟอร์เป็นคมตัด ส่งผลให้การคำนวนความยาวตัดเท่ากับความยาวแชมเฟอร์