บริษัท YAMAWA มีการผลิตและจำหน่าย Tapสำหรับ STI (Screw Thread Insert) โดยเฉพาะเช่นแบรนด์ “Helisert” หรือ Helicoil หรือไม่? |
|
“Helisert” เป็นชื่อแบรนด์ของ ลวดเกลียวสปริง (Helical Coil Wire) ที่ผลิตในประเทศอินเดีย และมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชีย ส่วน “Helicoil” เป็นชื่อแบรนด์ของ ลวดเกลียวสปริง ที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา และใช้กันอย่างแพร่หลายในอเมริกาเหนือ ลวดเกลียวสปริงประเภทนี้จะถูก ใส่เข้าไปในเกลียวตัวเมีย (Internal Thread) เพื่อ • ป้องกันความเสียหายของเกลียว • เสริมความแข็งแรงให้กับเกลียวเดิม ผู้ผลิตแต่ละรายจะมี ชื่อแบรนด์ของตนเอง สำหรับบริษัท YAMAWA จะเรียกผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ว่า “Helical Coil Wire Screw Thread Inserts” โดย YAMAWA มีการผลิตและจำหน่าย Tap ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานนี้โดยเฉพาะ ในหลายรูปแบบ เช่น • ต๊าปมือ (Hand Taps) • ต๊าปร่องเลื้อย (Spiral Fluted Taps) • ต๊าปร่องตรง (Spiral Pointed Taps) • และ Tap ประเภทอื่น ๆ Tap เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ทำเกลียวสำหรับติดตั้ง Helical Coil Wire Insert โดยเฉพาะ |
Ideal for tapping material such as plastic mold steels with hardness of 30-45HRC !!
| Product Features |
| Straight Fluted Taps for Taper Pipe Threads, for high hardness materials Spiral Fluted Taps for Taper Pipe Threads, for high hardness materials |
||
|
PMST OX Rc(PT) PMSP OX Rc(PT) |
||
ApplicationYAMAWA's PM taper pipe taps are suitable for tapping hardened mold steels with a hardness of 30-45HRC |
Made with DIN length blanks.
The DIN length provides excellent chip evacuation.
Made with our new powder metals HSS.
Powder metals HSS has excellent wear resistance.
Cutting surfaces have oxidization treatment.
Oxidization treatment (OX) is applied to the surface treatment which has excellent welding resistance.
Unique cutting edge design is suitable for high hardness materials.
| DIN overall length provides excellent chip evacuation. |
Ex.PT/Rc 3/8-19
| JIS overall length SP-PT | DIN overall length PMSP OX Rc |
Excellent chip evacuation Excellent surface finish |
|
Benefits of DIN overall |
|
ลูกค้าของเราต้องการ Hand Tap ขนาด 5/8-11 แบบ Plug Chamfer (เบอร์2) คุณสามารถระบุได้หรือไม่ว่าควรแนะนำ Tap ประเภทใด |
|
จำเป็นต้อง ตรวจสอบมาตรฐานของเกลียวก่อน เนื่องจากจากข้อมูลที่ให้มา อาจเป็นได้ 2 มาตรฐาน คือ
ดังนั้นจึงต้องยืนยันกับลูกค้าว่า ต้องการเกลียวตามมาตรฐานใด ก่อนเลือกชนิดของ Tap ที่เหมาะสม. |
|
Unified Threads :
Whitworth Threads :
ทั้งสองมาตรฐานนี้ สามารถมีขนาดเกลียว 5/8-11 ได้เหมือนกัน
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบมาตรฐานเกลียวให้ชัดเจนก่อนเลือกใช้ Tap. มี ความแตกต่างในองค์ประกอบสำคัญบางประการ ระหว่าง Unified Threads และ Whitworth Threads ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ยืนยันมาตรฐานของเกลียวที่ต้องการใช้งานให้ชัดเจน เนื่องจาก ไม่สามารถระบุได้จากสัญลักษณ์ 5/8-11 เพียงอย่างเดียว ว่าเป็นเกลียวมาตรฐานใด. ความแตกต่างหลักระหว่าง |
เกลียวแตกมักจะเกิดขึ้นกับต๊าป SP เมื่อทำเกลียวไป 10 รู
เกลียวแตกเกิดขึ้นจากเศษตรงตำแหน่งเกลียวหลังจากส่วนของแชมเฟอร์
|
<เงื่อนไข> |
| ต๊าป YAMAWA จะมีคุณสมบัติ BLF เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในส่วนของเกลียว |
|
ไม่เกิดการแตกหัก แม้จะต๊าปไปแล้ว 250 รู |
ได้ผิวเกลียวในที่ดี |
| เนื่องจากรูปทรงพิเศษส่งผลให้มีการปรับปรุงการคายเศษที่ดีขึ้น โดย BLF จะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพการกัดที่ดีขึ้น และป้องกันการแตกหักของส่วนของเกลียวต๊าป นอกจากจะช่วยให้ใช้ได้นานขึ้นแล้ว การลดความสูงของส่วนของเกลียวในพื้นที่ BLF ยังลดปัญหาแรงต้านในการตัด และเศษเชื่อมติดอีกด้วย | |
ฉันมักมีปัญหาเศษพันกัน เมื่อใช้ต๊าปเกลียวเลื้อย (SP) กับงานรูทะลุ
รบกวนช่วยแนะนำวิธีแก้ปัญหาด้วยค่ะ
ง่ายมากครับ...
คุณสามารถแก้ปัญหาโดยใช้ต๊าปรูทะลุ (PO) สำหรับงานรูทะลุ
[คำแนะนำ]
ต๊าปเกลียวเลื้อย (SP) มีร่องคายเศษแบบร่องเลื้อยจึงจะขับเศษให้ถอยหลังจากรูทางก้านต๊าปคล้ายดอกสว่าน
ต๊าปเกลียวเลื้อย (SP) จะเหมาะกับรูตัน แต่มักจะเกิดปัญหาเศษพันกัน เมื่อใช้กับวัสดุเหนียว และเป็นรูทะลุ
ต๊าปรูทะลุ (PO) นำเสนอข้อดี เมื่อใช้กับรูทะลุ เพราะต๊าปจะขับเศษออกไปทางด้านหน้าทางปลายแชมเฟอร์ต๊าป โดยต๊าปรูทะลุจะถูกออกแบบให้สามารถขับเศษ ออกมาอย่างต่อเนื่อง และลดปัญหาเศษพันกัน หรือเศษติดกัน
ขับเศษถอยหลัง
ลักษณะของการขับเศษ เมื่อใช้ต๊าปเกลียวเลื้อย
ควรเลือกต๊าปรูทะลุ (PO)
เพื่อใช้กับงานรูทะลุ
ขับเศษไปข้างหน้า
ลักษณะการขับเศษ เมื่อใช้ต๊าปรูทะลุ (PO)
เราสามารถเลือกต๊าบที่ดีที่สุด ให้เหมาะสมกับเงื่อนไขการต๊าบ และวัสดุชิ้นงานจากรุ่นทั้งหมดด้านล่างได้
*ต๊าบรูทะลุ (PO) สำหรับงานรูทะลุ
PO(N-PO)
LS-PO(LS-N-PO), long shanked
PO-V(N-PO-V),titanium coated
AU+SL, titanium
อะไรคือ ต๊าปเกลียวท่อ PT 15A ???
“15A” เป็นขนาดของท่อเหล็ก โดยเราสามารถตรวจสอบขนาดของ
เกลียวท่อจากการตรวจสอบตารางด้านล่างอิงกับขนาดท่อ
ขนาดของเกลียวเมื่อใช้กับท่อเหล็ก 15A คือ PT1/2-14 (Rc1/2-14)
[คำแนะนำ]
ท่อจะทำด้วยชนิดของวัสดุแตกต่างกันมากมาย เช่น เหล็กชุบกัลวาไนซ์, เหล็กทั่วไป, ทองแดง, เหล็กหล่อ, คอนกรีต และพลาสติก เช่น ABS, PVC, CPVC, โพลีเอทิลีน, โพลียูทีลีน และอื่นๆ
ท่อเวลาเรียกจะถูกกำหนดด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง DN ซึ่งขนาดจริงไม่ได้สะท้อนชื่อเรียกเลย เช่น 2” A ท่อเหล็กชุบกัลวาไนซ์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางด้านใน 60.5 มิลลิเมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางด้านนอก
66.7 มิลลิเมตรตามตารางด้านล่าง ขนาดของท่อเหล็กจะถูกแสดงด้วยระบบ A ที่เรียกตามขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และระบบ B ที่เรียกตามขนาดเกลียวท่อ ส่วนระบบ “B” จะเข้าใจได้ง่ายกว่าที่มีขนาดเกลียวท่อ ส่วนระบบ “A” จะเรียก
ตามขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางนอกท่อขนาด 15A จะถูกแสดงในคอลัมน์ A ตามตารางด้านล่าง และจะมีขนาดเท่ากับเกลียวท่อที่ถูกแสดงใน คอลัมน์ B
โดยมีขนาดเกลียวเป็น PT1/2-14 (Rc1/2-14)
โปรดดูตารางเปรียบเทียบดังต่อไปนี้
ฉันสงสัยว่า ฉันเห็นสัญลักษณ์ 2A หรือ 2B ในแบบงานที่มีขนาดของเกลียว 3/8”-16UNC 2A และ 3/8”-16UNC 2B มันมีความหมายว่าอย่างไร?
สัญลักษณ์พวกนั้นหมายถึง คลาสของการสวมฟิตสำหรับเกลียวนิ้ว ระบบ ยูนิไฟน์ คลาสของยูนิไฟน์จะแสดงในรูปของตัวหนังสือ
และเลขเพื่อบอกค่าเผื่อของเกลียวที่ใช้ในการสวมฟิต
[คำแนะนำ]
ระบบเกลียวนิ้วยูนิไฟน์ แบ่งเป็น 2 ประเภท เกลียวนอกและเกลียวในมีทั้งหมดอย่างละ 3 คลาส
คลาส 1A, 2A, 3A สำหรับเกลียวนอก และคลาส 1B, 2B, 3B สำหรับเกลียวใน
คลาส 1A และ 1B ของเกลียวยูนิไฟน์ จะใช้ในบางโอกาส เช่น ต้องการการประกอบที่เร็ว และง่าย หรือยอมให้มีค่าเผื่อที่กว้างเพื่อสวมง่าย หรือแม้แต่ยอมให้เกลียวไม่ค่อยดี หรือสกปรกเล็กน้อย
คลาส 2A และ 2B ของเกลียวยูนิไฟน์ จะใช้กันโดยทั่วไปในหลากหลายประเภทชิ้นงาน รวมถึง น๊อต, สกรู และของที่คล้ายกับสกรูน็อต
คลาส 3A และ 3B ของเกลียวยูนิไฟน์ จะใช้ในอุตสาหกรรมการบิน, เครื่องบิน หรือการแพทย์, รถแข่ง ที่ต้องการค่าเผื่อสวมฟิตที่แคบขึ้นกว่า 2A, 2B
เกลียว 3/8”-16UNC 2B จะหมายถึง เส้นผ่าศูนย์กลางเกลียวขนาด 3/8” เกลียวหยาบ คลาส 2B ในกรณีที่เห็น
ฉันอยากทราบถึงความแตกต่างของดอกนำศูนย์ CE-S และ CD-S ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรค่ะ
ดอกนำศูนย์รุ่น CE-S มีร่องคายเศษเป็นมุมสูง ที่เหมาะกับการกัดงานเหล็กนิ่ม เหนียว
ดอกนำศูนย์รุ่น CD-S มีร่องคายเศษเป็นมุมต่ำ จะแนะนำให้ใช้กับวัสดุงานที่แข็งขึ้นมา
เพราะรูปร่างคมตัด สามารถทนแรงตัดที่สูงขึ้นได้ครับ
【คำแนะนำ】
ความแตกต่างระหว่าง CE-S และ CD-S จะอยู่ที่รูปร่างของร่องคายเศษ และคุณลักษณะการใช้งานจากการออกแบบแต่ละคมตัด
CE-S ร่องคายเศษมุมสูง
CD-S ร่องคายเศษมุมต่ำ
ดอกนำศูนย์ CE-S เหมาะกับวัสดุนิ่มเหนียว ที่ขับเศษเป็นรูปร่างหมุนเกลียว
ดอกนำศูนย์ CD-S จะเหมาะกับวัสดุที่แข็งขึ้นมา และขับเศษที่ไม่เป็นรูปร่างเกลียว
การเข้าใจในความแตกต่างระหว่าง CE-S และ CD-S จะช่วยให้เราเลือกดอกนำศูนย์ได้เหมาะสมกับชิ้นงานแต่ละชนิดมากขึ้น
CE-S แนะนำให้ใช้กับเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำ, เหล็กสแตนเลส, ไททาเนียม, อลูมิเนียม และทองแดง เป็นต้น
CD-S แนะนำให้ใช้กับเหล็กกล้าคาร์บอนสูง, เหล็กกล้าผสม, เหล็กเครื่องมือ, เหล็กหล่อ, เหล็กผสมนิเกิล และทองเหลือง เป็นต้น
ในการต๊าบด้วยต๊าปคาร์ไบด์ มีข้อควรระวังอะไรบ้างคะ?
ในการจะใช้ต๊าปคาร์ไบด์ให้เหมาะสม ต้องควรระวังในการเลือกใช้วัสดุชิ้นงานอะไร โดยปกติต๊าปคาร์ไบด์มักใช้กับ เหล็กหล่อ หรืออลูมิเนียมฉีด
แต่ในทางกลับกันต๊าปคาร์ไบด์จะไม่เหมาะสมกับเหล็กกล้า หรือสแตนเลส และควรระมัดระวังเมื่อใช้ต๊าปคาร์ไบด์ กับเครื่องจักรที่ไม่ใช่เครื่อง CNC
หรือเครื่องจักรที่ไม่แข็งแรง เพราะจะเกิดปัญหาเกลียวล้ม และแตกหักได้
【คำแนะนำ】
ลักษณะของเศษ
วัสดุชิ้นงานที่เหมาะสม
ต๊าปคาร์ไบด์จะเหมาะสมกับงานประเภทเหล็กหล่อ
และอลูมิเนียมฉีด เนื่องจากเศษที่ขับออกมานั้น เป็น
แบบเล็กละเอียด (ตามรูปด้านข้าง)
ปัจจุบันต๊าปคาร์ไบด์นั้นยังถูกใช้ในการกัดวัสดุชุบแข็ง
ที่มีความแข็งถึง 60HRC หรือมากกว่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับต๊าปไฮสปีด ต๊าบคาร์ไบด์จะมี
ความเหนียวน้อยกว่าซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเกลียวล้ม
และเกลียวแตกได้
ดังนั้นจึงต้องเลือกวัสดุชิ้นงานด้วยความระมัดระวัง
ในกรณีที่ใช้ต๊าบคาร์ไบด์ตัวอย่างต๊าบคาร์ไบด์
• N-CT FC : สำหรับเหล็กหล่อ
• N-CT LA : สำหรับอลูมิเนียม
• EH-CT : สำหรับเหล็กชุบแข็ง
ช่วยอธิบายความหมายของสัญลักษณ์ UNC และ UNF ที่ฉันสามารถเห็นได้จากแบบร่างของชิ้นงานด้วยค่ะ
ฉันต้องทำชิ้นงานที่มีขนาดเกลียว
1/4”-20UNC และ 1/4”-28UNF
UNC และ UNF เป็นสัญลักษณ์ของระบบเกลียวยูนิไฟน์ โดยระบบเกลียวยูนิไฟน์จะถูกกำหนดร่วมกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา, หมู่เกาะบริเทน และแคนาดาในปี 1949 เพื่อให้สามารถใช้เกลียวร่วมกันได้ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสเปค บางอย่างเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน
ระบบเกลียวยูนิไฟน์ แบ่งเป็นเกลียวหยาบ, เกลียวละเอียด และเกลียวละเอียดมาก เหมือนของระบบเกลียวเมตริกUNC : คือสัญลักษณ์ของเกลียวหยาบ
UNF : คือสัญลักษณ์ของเกลียวละเอียด
UNEF : คือสัญลักษณ์ของเกลียวละเอียดมาก
UNS : คือสัญลักษณ์ของเกลียวยูนิไฟน์พิเศษ
ถ้ามีการใช้ระบบเกลียวยูนิไฟน์ จะสามารถบอกค่าเส้นผ่าศูนย์กลางเกลียว, จำนวนเกลียวต่อความยาว 1 นิ้ว (TPI) และสามารถระบุเกลียวหยาบ หรือเกลียวละเอียดได้ง่าย เช่น 1/4”-20UNC มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/4” แล มี 20 เกลียวต่อความยาว 1นิ้ว (TPI) และ UNC แสดงถึงเกลียวหยาบ แต่ถ้าเป็นระบบเกลียวเมตริก จะบอกเฉพาะค่าเส้นผ่าศูนย์กลางเกลียว เช่น