ISSOKU Gauges : ระบบเกจสำหรับตรวจสอบเกลียว รู และเพลาในงานอุตสาหกรรม | JSR GROUP

 

 

 

ISSOKU Gauges 

ระบบเกจสำหรับตรวจสอบเกลียว รู และเพลาในงานอุตสาหกรรม

 

 

ISOKU Gauges: Thread and Plain Gauging Systems for Industrial Inspection

ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ความถูกต้องของขนาดและรูปทรงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะชิ้นงานที่มี เกลียว รู และเพลา ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

ISOKU Gauges นำเสนอระบบเกจสำหรับการตรวจสอบชิ้นงานหลายประเภท ตั้งแต่ Thread Gauges, Plain Gauges, Master Gauges, Taper Gauges ไปจนถึง Test Bars และ Gauges สำหรับ Medical Equipment เพื่อรองรับงานตรวจสอบในกระบวนการผลิตที่หลากหลาย

 

 

Limit Gauges for Parallel Screw Threads: เกจจำกัดสำหรับเกลียวขนาน

การตรวจสอบเกลียวเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการควบคุมคุณภาพชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดย Limit Gauges for Parallel Screw Threads เป็นเกจที่ใช้สำหรับตรวจสอบเกลียวขนานด้วยหลักการ GO / NO-GO เพื่อพิจารณาว่าเกลียวของชิ้นงานผ่านหรือไม่ผ่านตามข้อกำหนด

ISSOKU มีระบบเกจสำหรับตรวจสอบเกลียวขนานหลายรูปแบบ โดยสำหรับเกลียวเมตริกมีทั้ง ISO Class Gauge System และ JIS Grade 1, 2, 3 Gauge System ผู้ใช้งานจึงควรระบุประเภทของระบบเกจที่ต้องการเมื่อสั่งซื้อ

 

Limit Gauge คืออะไร?

Limit Gauge เป็นเกจที่ใช้สำหรับการตัดสินผลแบบ ผ่าน / ไม่ผ่าน (Pass / Fail) ของชิ้นงาน แทนการอ่านค่าขนาดโดยตรง

สำหรับเกลียวขนาน จะใช้ Thread Gauge เพื่อตรวจสอบว่าชิ้นงานสามารถผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ โดยอาศัยเกจ GO และ NO-GO ในการตรวจสอบ

แนวทางนี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบเกลียวในกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ และใช้เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน

 

 

Standard Thread Gauges: เกจมาตรฐานสำหรับตรวจสอบการเข้าคู่ของเกลียว

ในการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของชิ้นส่วนเกลียว นอกจาก Limit Gauges ที่ใช้ตัดสินผลแบบ GO / NO-GO แล้ว ยังมี Standard Thread Gauges สำหรับงานที่ต้องการตรวจสอบความเข้ากันได้ของเกลียวอย่างแม่นยำ

Standard Thread Gauge ประกอบด้วย Thread Plug Gauge และ Thread Ring Gauge ซึ่งผลิตให้มีรูปร่างเกลียว (Basic Profile) ที่ใกล้เคียงกันมาก และออกแบบให้เกจทั้งสองสามารถเข้าคู่กันได้อย่างแม่นยำ


Standard Thread Gauge คืออะไร?

Standard Thread Gauge คือชุดเกจมาตรฐานที่ประกอบด้วย

  • Thread Plug Gauge – เกจปลั๊กสำหรับตรวจสอบเกลียว
  • Thread Ring Gauge – เกจวงแหวนสำหรับตรวจสอบเกลียว

เกจทั้งสองประเภทถูกผลิตขึ้นให้มี Basic Profile ที่ใกล้เคียงกันมาก เพื่อให้สามารถเข้าคู่กันได้อย่างแม่นยำ

ในบางกรณี Standard Thread Gauge สามารถใช้เป็นด้าน GO ของ Limit Gauge ได้ แต่สำหรับชิ้นงานที่ต้องการความแม่นยำในการเข้าคู่กันของเกลียว แนะนำให้ใช้ระบบ Limit Gauge ที่ตรวจสอบด้วย GO / NO-GO Thread Gauges


Thread Plug Gauge และ Thread Ring Gauge

Thread Plug Gauge

Thread Plug Gauge เป็นเกจสำหรับตรวจสอบเกลียว และในระบบ Standard Thread Gauge ยังสามารถทำหน้าที่เป็น เกจสำหรับตรวจสอบความเข้ากันได้ของ Thread Ring Gauge ได้อีกด้วย

ดังนั้น Thread Plug Gauge จึงมีความสำคัญต่อการตรวจสอบว่า Thread Ring Gauge สามารถเข้าคู่กับเกลียวที่กำหนดได้อย่างถูกต้องหรือไม่

Thread Ring Gauge

Thread Ring Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบเกลียว และต้องมีความสัมพันธ์ในการเข้าคู่กับ Thread Plug Gauge ที่กำหนด

การเลือก Thread Ring Gauge จึงไม่ควรพิจารณาเพียงขนาดเกลียวเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึง ความเข้ากันได้กับ Thread Plug Gauge ด้วย

 

 

R Taper Pipe Thread Gauges: เกจสำหรับตรวจสอบเกลียวท่อเรียว R

การตรวจสอบเกลียวท่อเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมคุณภาพของข้อต่อและชิ้นส่วนในงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเกลียวท่อเรียวที่ต้องตรวจสอบทั้งขนาดและตำแหน่งของเกลียวให้เป็นไปตามมาตรฐาน

R Taper Pipe Thread Gauge เป็นเกจสำหรับตรวจสอบเกลียวท่อ R (Rc, Rp) ตามมาตรฐาน JIS B 0203 โดยใช้ตรวจสอบตำแหน่งของเกลียวและช่วงที่กำหนดด้วยรอยบาก (Notch)

หมายเหตุ: ในมาตรฐาน JIS ยังมีสัญลักษณ์ PT ที่ระบุไว้ในภาคผนวก แต่เกจสำหรับตรวจสอบ R และ PT เป็นคนละระบบ และไม่สามารถใช้แทนกันได้


R Taper Pipe Thread Gauge คืออะไร?

R Taper Pipe Thread Gauge คือเกจสำหรับตรวจสอบเกลียวท่อเรียว R โดยใช้ตรวจสอบว่าตำแหน่งของปลายท่อหรือข้อต่ออยู่ภายในช่วงที่กำหนดของเกจหรือไม่

หลักการตรวจสอบคือ หากปลายของ Pipe Fitting อยู่ภายในช่วงของ Notch Gauge ที่กำหนด จะถือว่าชิ้นงานผ่านการตรวจสอบ

ระบบเกจที่ใช้สำหรับ R Taper Pipe Thread ประกอบด้วย

    • Taper Thread Plug Gauge – สำหรับตรวจสอบเกลียวภายใน
    • Taper Thread Ring Gauge – สำหรับตรวจสอบเกลียวภายนอก
    • Check Plug (CP) – สำหรับตรวจสอบและควบคุม Taper Thread Ring Gauge

 

Gauges for standard taper pipe threads for general use

NPT Taper Pipe Thread Gauges

เกจสำหรับตรวจสอบเกลียวท่อเรียวมาตรฐานอเมริกาสำหรับงานทั่วไป

NPT (National Pipe Taper) เป็นเกลียวท่อเรียวมาตรฐานอเมริกาที่ใช้ในงานระบบท่อและงานอุตสาหกรรม โดย NPT Taper Pipe Thread Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบเกลียว NPT ตามมาตรฐาน ANSI/ASME (US)

การเลือกใช้เกจให้ตรงกับมาตรฐานของเกลียวมีความสำคัญ เนื่องจากเกลียว NPT มีรายละเอียดของ จำนวนเกลียวและมุมเกลียว แตกต่างจากเกลียวท่อเรียว R และ PT ที่กำหนดโดย JIS


NPT คืออะไร?

NPT ย่อมาจาก National Pipe Taper เป็นเกลียวท่อแบบเรียวที่ใช้ตามมาตรฐาน ANSI/ASME ของสหรัฐอเมริกา

สำหรับการตรวจสอบเกลียวประเภทนี้ จะใช้ Taper Thread Gauge เพื่อพิจารณาความถูกต้องของเกลียวและตำแหน่งการเข้าคู่ระหว่างเกลียวกับเกจ

เกจหลักที่ใช้ในการตรวจสอบ ได้แก่

• Taper Thread Ring Gauge สำหรับตรวจสอบเกลียวภายนอก

• Taper Thread Plug Gauge สำหรับตรวจสอบเกลียวภายใน


Taper Thread Ring Gauge

Taper Thread Ring Gauge เป็นเกจรูปวงแหวนที่ใช้สำหรับตรวจสอบเกลียวภายนอกของท่อหรือชิ้นส่วน

เมื่อใช้เกจตรวจสอบ จะพิจารณาตำแหน่งของปลายเกลียวเมื่อเทียบกับตำแหน่งอ้างอิงที่กำหนด เพื่อประเมินว่าเกลียวอยู่ในช่วงที่เหมาะสมหรือไม่


Taper Thread Plug Gauge

Taper Thread Plug Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบเกลียวภายใน เช่น เกลียวภายในของข้อต่อหรือชิ้นส่วนที่มีรูเกลียว

การตรวจสอบจะพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเกลียวภายในกับ Gauge เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของ NPT


NPTF Taper Pipe Thread Gauges

เกจสำหรับตรวจสอบเกลียวท่อเรียวมาตรฐานอเมริกา

NPTF (National Pipe Taper Fueland Oil) เป็นเกลียวท่อเรียวตามมาตรฐานอเมริกา ANSI ที่ออกแบบให้บริเวณเกลียวสามารถสร้างความแน่นและช่วยป้องกันการรั่วซึมได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารซีล

สำหรับการตรวจสอบเกลียว NPTF จะใช้ Taper Thread Gauge ซึ่งมีทั้ง Taper Thread Ring Gauge และ Taper Thread Plug Gauge โดยแบ่งรูปแบบการตรวจสอบเป็น L1, L2 และ L3 Gauge ตามลักษณะของงาน


NPTF คืออะไร?

NPTF ย่อมาจาก National Pipe Taper Fueland Oil เป็นเกลียวท่อเรียวสำหรับมาตรฐานอเมริกา โดยมีการออกแบบให้บริเวณเกลียวมีความสามารถในการสร้างความแน่นและความต้านทานการรั่วซึมได้ดี

จากข้อมูลในต้นฉบับ NPTF ถูกออกแบบให้สามารถสร้างความแน่นบริเวณเกลียวได้โดย ไม่จำเป็นต้องใช้สารซีล (Sealing Agent)

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ใช้ สารหล่อลื่น (Lubricating Agent) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดการเสียดสีหรือการจับติดของเกลียวระหว่างการขัน

 

Master Gauges: เกจมาตรฐานสำหรับการตั้งค่าและตรวจสอบเครื่องมือวัด

ในงานตรวจสอบคุณภาพของชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ความถูกต้องของเครื่องมือวัดเป็นสิ่งสำคัญ Master Gauges จึงถูกนำมาใช้เป็นมาตรฐานสำหรับการตั้งค่าเครื่องมือวัดแบบเปรียบเทียบ และใช้เป็นมาตรฐานด้านมิติ (Dimensional Standards)

ISSOKU นำเสนอ Master Gauges หลายรูปแบบ เพื่อรองรับการใช้งานด้านการตรวจสอบและการตั้งค่าเครื่องมือวัดในงานอุตสาหกรรม

Master Gauges คืออะไร?

Master Gauges คือเกจที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับ การตั้งค่าเครื่องมือวัดแบบเปรียบเทียบ (Relative Measuring Instruments) รวมถึงใช้เป็น มาตรฐานด้านมิติ

การใช้ Master Gauge ช่วยให้สามารถกำหนดค่ามาตรฐานสำหรับการตั้งค่าและตรวจสอบเครื่องมือวัดตามขนาดที่กำหนด โดยประเภทของ Master Gauge จะเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะของเครื่องมือและงานที่ต้องการตรวจสอบ

 

Taper Gauges: เกจสำหรับตรวจสอบขนาด และความเรียวของชิ้นงาน

Taper Gauges เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจสอบชิ้นงานที่มีรูปทรงเรียว โดยมีทั้ง Taper Plug Gauge สำหรับตรวจสอบรู Taper และ Taper Ring Gauge สำหรับตรวจสอบเพลา Taper

การเลือกใช้งานควรพิจารณาจาก ประเภทของชิ้นงาน ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ความยาว และค่าความคลาดเคลื่อนของ Taper เพื่อให้เหมาะสมกับข้อกำหนดในการตรวจสอบ

ISSOKU มี Taper Gauges สำหรับงานตรวจสอบหลากหลายรูปแบบ พร้อมข้อมูลด้านขนาดและค่าความคลาดเคลื่อน เพื่อรองรับการตรวจสอบชิ้นงานที่มีรูปทรง Taper ในงานอุตสาหกรรม

 

Other Gauges: เกจสำหรับงานตรวจสอบเฉพาะทาง

ระบบเกจสำหรับตรวจสอบความสูง ความลึก Keyway และ Spline

นอกจาก Thread Gauges และ Plain Gauging System แล้ว ISSOKU ยังมีเกจสำหรับงานตรวจสอบในลักษณะเฉพาะทาง เพื่อรองรับการตรวจสอบชิ้นส่วนที่มีรูปทรงและคุณลักษณะแตกต่างกัน โดยในหมวด Other Gauges มีเกจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ Height Plate Gauge, Depth Plate Gauge, Feeler Plate Gauge และ Spline Gauge

 

1. Height Plate Gauge

Height Plate Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบความยาวหรือความสูงของส่วน Step บนเพลา โดยอาศัยตำแหน่งของ Gauge ในการตรวจสอบว่าขนาดของชิ้นงานอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่

จากภาพต้นฉบับแสดงตัวอย่างการใช้งาน 3 รูปแบบ ได้แก่ Figure 1(a), Figure 1(b) และ Figure 1(c) ซึ่งใช้ตรวจสอบตำแหน่งและความยาวของส่วน Step ที่แตกต่างกัน

หลักการตรวจสอบใช้ด้าน GO และ NOT GO เพื่อพิจารณาว่าชิ้นงานผ่านเกณฑ์หรือไม่


2. Depth Plate Gauge

Depth Plate Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบ ความลึกของรูบริเวณปลายชิ้นงาน โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการตรวจสอบตำแหน่งหรือความลึกของรูจากผิวอ้างอิง (Datum Face)

ในต้นฉบับแสดงการใช้งาน Figure 2(a) และ Figure 2(b) ซึ่งเป็นรูปแบบของเกจสำหรับตรวจสอบความลึกในลักษณะที่แตกต่างกัน

เช่นเดียวกับ Height Plate Gauge การตรวจสอบใช้ตำแหน่ง GO / NOT GO เพื่อพิจารณาว่าชิ้นงานเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่


3. Feeler Plate Gauge (Key Way Plate Gauge)

Feeler Plate Gauge หรือ Key Way Plate Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบ ความกว้างและขนาดของ Keyway

ตัวเกจมีส่วนตรวจสอบที่ผ่านการทำผิวให้เรียบและขนานกัน เพื่อให้สามารถใช้ตรวจสอบช่อง Keyway ได้อย่างเหมาะสม

ในต้นฉบับแสดงรูปทรงของ Feeler Plate Gauge ใน Figure 3 พร้อมตัวอย่างลักษณะของส่วนตรวจสอบ โดยมีการระบุด้าน GO และ NOT GO สำหรับการตรวจสอบ


4. Spline Gauge

Spline Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบ Spline ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ใช้สำหรับการส่งกำลังระหว่างเพลาและรู

ในต้นฉบับระบุว่า Spline ที่ใช้ในอุตสาหกรรมมีหลายรูปแบบ และเกจสำหรับตรวจสอบ Spline สามารถประกอบด้วย Standard Plug Gauge และ Ring Gauge

การตรวจสอบสามารถครอบคลุมคุณลักษณะต่าง ๆ ของ Spline เช่น

• Major Diameter

• Minor Diameter

• Tooth

• รูปทรงของ Spline

สำหรับ Spline Shaft สามารถตรวจสอบ Major Diameter, Minor Diameter และ Tooth ด้วย Spline Gauge ตามลักษณะการตรวจสอบที่กำหนด ส่วน Spline Hole สามารถใช้ Plain Plug Gauge และ Feeler Plate Gauge สำหรับตรวจสอบคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องได้

 

Special Application Thread Gauges: เกจตรวจสอบเกลียวสำหรับงานเฉพาะทาง

ในการตรวจสอบเกลียวของชิ้นงานอุตสาหกรรม บางงานอาจต้องควบคุมคุณลักษณะเฉพาะมากกว่าการตรวจสอบขนาดเกลียวทั่วไป เช่น ความตั้งฉาก ความร่วมศูนย์ ความยาวเกลียว หรือความลึกของรู จึงจำเป็นต้องใช้เกจที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับงานตรวจสอบแต่ละลักษณะ

Special Application Thread Gauges คือกลุ่มเกจที่ใช้สำหรับตรวจสอบคุณลักษณะเฉพาะของเกลียวและชิ้นงาน เพื่อให้สามารถประเมินผลได้ตรงตามข้อกำหนดของงาน

1. Thread Gauge for Perpendicularity

เกจตรวจสอบความตั้งฉากของเกลียว

เกจประเภทนี้ใช้สำหรับตรวจสอบ ความตั้งฉากโดยรวมระหว่างเกลียวกับผิวปลายของชิ้นงาน

ตัวเกจได้รับการทำให้มีมุมฉากตามค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เมื่อนำเกจเข้าสู่เกลียว หาก ผิวปลายของชิ้นงานสัมผัสกับปลายเกจอย่างเหมาะสม จะสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่าชิ้นงานอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

มีทั้ง

  • Thread Plug Gauge for Perpendicularity
  • Thread Ring Gauge for Perpendicularity

เหมาะสำหรับงานที่ต้องควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างแกนเกลียวกับผิวปลายชิ้นงาน

2. Thread Gauge for Concentricity

เกจตรวจสอบความร่วมศูนย์

Thread Gauge for Concentricity ใช้สำหรับตรวจสอบ ความร่วมศูนย์โดยรวมของเกลียวและรูเพลา

เกจประเภทนี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ของตำแหน่งแกนเกลียวกับรูหรือเพลาได้ โดยในต้นฉบับระบุว่าสามารถใช้ตรวจสอบได้แม้ในกรณีที่มีการใช้ เครื่องมือจับยึด (Completed Tools)

มีทั้ง

  • Thread Plug Gauge for Concentricity
  • Thread Ring Gauge for Concentricity

หากเกจสามารถใส่เข้ากับชิ้นงานได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด จะสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินผลการตรวจสอบได้

3. Thread Gauge for Thread Length

เกจตรวจสอบความยาวเกลียว

เมื่อชิ้นงานมีการกำหนด ค่าความคลาดเคลื่อนของความยาวเกลียว (Effective Thread Length) การใช้เกจสำหรับตรวจสอบความยาวเกลียวจะช่วยควบคุมตำแหน่งของเกลียวให้เป็นไปตามข้อกำหนด

สำหรับการตรวจสอบประเภทนี้ มีทั้ง

  • Thread Plug Gauge for Thread Length
  • Thread Ring Gauge for Thread Length

เกจสำหรับตรวจสอบความยาวเกลียวจะกำหนดช่วง MAX / MIN หรือใช้ Notch เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ

หากใช้เกจที่มีการกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนด้วย Notch และปลายชิ้นงานอยู่ในตำแหน่งที่กำหนด จะถือว่าเกลียวผ่านตามเงื่อนไขของเกจ

4. Thread Gauge for Deep Holes

เกจตรวจสอบเกลียวในรูที่มีความลึก

สำหรับชิ้นงานที่มี รูเกลียวลึก การตรวจสอบด้วยเกจทั่วไปอาจไม่เหมาะสม จึงมี Thread Gauge for Deep Holes สำหรับงานลักษณะนี้โดยเฉพาะ

ในกรณีที่ต้องตรวจสอบความลึกของเกลียว สามารถใช้ Thread Plug Gauge for Deep Holes

เกจประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อให้สามารถตรวจสอบเกลียวที่อยู่ลึกจากผิวหน้าของชิ้นงานได้

5. Adjustable Thread Ring Gauge

เกจวงแหวนเกลียวแบบปรับได้

Adjustable Thread Ring Gauge มีจุดเด่นคือสามารถ ปรับเส้นผ่านศูนย์กลางของเกลียวได้

การปรับทำได้ด้วย Locking Screw ทำให้สามารถปรับขนาดของ Gauge ตามความต้องการในการตรวจสอบ

ข้อดี

  • สามารถปรับเกจใหม่ได้เมื่อเกิดการสึกหรอ
  • สามารถปรับให้ได้ความพอดีสำหรับงานตรวจสอบทั่วไป

ข้อควรระวัง

  • หลังจากล็อกแล้ว หากได้รับแรงกระแทกหรือแรงมากเกินไป ตำแหน่งของ Gauge อาจเปลี่ยนได้
  • การสัมผัสเฉพาะบางบริเวณอาจทำให้เกิดการสึกหรอได้ง่าย และความกลมของ Gauge อาจไม่ดี

ดังนั้นควรใช้งานและปรับตั้ง Gauge อย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาความถูกต้องของการตรวจสอบ

 

 

Limit Gauges for Holes: เกจจำกัดสำหรับตรวจสอบรูในงานอุตสาหกรรม

การตรวจสอบขนาดรูเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมคุณภาพชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานที่ต้องการตรวจสอบว่าขนาดรูอยู่ภายในค่าที่กำหนดหรือไม่

Limit Gauges for Holes เป็นเกจสำหรับตรวจสอบรูโดยใช้หลักการ GO / NOT GO เพื่อช่วยตัดสินผลการตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ โดยไม่จำเป็นต้องอ่านค่าขนาดของรูโดยตรง


Limit Gauge สำหรับรูคืออะไร?

Limit Gauge สำหรับรู เป็นเกจที่มีผิวสำหรับตรวจสอบขนาด โดยอ้างอิงจาก

  • LML (Least Material Limit) – ขนาดวัสดุต่ำสุด
  • MML (Maximum Material Limit) – ขนาดวัสดุสูงสุด

การใช้หลักการ Limit Gauge ช่วยให้สามารถตรวจสอบว่ารูอยู่ในช่วงขนาดที่กำหนดหรือไม่ โดยใช้เกจสำหรับด้าน GO และ NOT GO


GO Plug Gauge

เกจด้าน GO สำหรับตรวจสอบรู

GO Plug Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรูเป็นไปตาม MML (Maximum Material Limit) ที่กำหนดหรือไม่

หลักการตรวจสอบคือ เกจด้าน GO ต้องสามารถ ผ่านเข้าไปตลอดความยาวของรูได้โดยไม่ติดขัด

หาก GO Plug Gauge สามารถผ่านรูได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินว่ารูผ่านการตรวจสอบด้าน GO


NOT GO Plug Gauge

เกจด้าน NOT GO สำหรับตรวจสอบรู

NOT GO Plug Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบว่าขนาดของรูมีขนาดเล็กกว่าค่าที่กำหนดหรือไม่

หลักการสำคัญคือ NOT GO Plug Gauge ต้องไม่สามารถเข้าไปในรูได้

ดังนั้น GO และ NOT GO จึงทำหน้าที่แตกต่างกันในการตรวจสอบรู

 

 

Limit Gauges for Shafts: เกจจำกัดสำหรับตรวจสอบเพลา

การตรวจสอบขนาดเพลาเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการควบคุมคุณภาพชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิ้นงานที่ต้องควบคุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางให้อยู่ภายในค่าที่กำหนด Limit Gauges for Shafts เป็นเกจที่ออกแบบมาเพื่อใช้ตรวจสอบเพลาโดยอาศัยหลักการ GO / NOT GO เพื่อช่วยตัดสินผลการตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว


Limit Gauges for Shafts คืออะไร?

Limit Gauge สำหรับเพลา เป็นเกจที่ใช้ตรวจสอบขนาดของเพลา โดยมีพื้นฐานการวัดจาก

  • MML (Maximum Material Limit) – ขนาดวัสดุสูงสุด
  • LML (Least Material Limit) – ขนาดวัสดุต่ำสุด

สำหรับการตรวจสอบเพลา ต้นฉบับระบุว่า Ring Gauge มักใช้กับชิ้นงานที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ขณะที่ Gap Gauge เหมาะสำหรับวัสดุที่มีขนาดใหญ่และจัดการได้ยากกว่า


1. GO Ring Gauge

GO Ring Gauge ใช้ตรวจสอบว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลามีขนาด เล็กกว่าหรือเป็นไปตาม MML ที่กำหนด หรือไม่

หลักการตรวจสอบคือ เกจ GO ต้องสามารถ ผ่านตลอดความยาวของเพลาได้โดยไม่ติดขัด

หาก GO Ring Gauge สามารถผ่านชิ้นงานได้ตลอดความยาว จึงถือว่าชิ้นงานผ่านเงื่อนไขของ GO Gauge


2. NOT GO Ring Gauge

NOT GO Ring Gauge ใช้ตรวจสอบว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลามีขนาด ใหญ่กว่าค่า LML ที่กำหนดหรือไม่

หลักการสำคัญคือ NOT GO Ring Gauge ต้องไม่สามารถผ่านเข้าไปบนเพลาได้

ดังนั้นการใช้ GO และ NOT GO Ring Gauge จะช่วยตรวจสอบขนาดของเพลาให้อยู่ภายในช่วงที่กำหนด


3. GO Gap Gauge

สำหรับเพลาที่มีขนาดใหญ่หรือวัสดุที่จัดการได้ยาก สามารถใช้ GO Gap Gauge แทน Ring Gauge ได้

วิธีตรวจสอบคือ วางเกจบริเวณด้านหนึ่งของเพลาและค่อย ๆ หมุนชิ้นงานหรือเกจเพื่อให้ตรวจสอบรอบเส้นรอบวง

ต้นฉบับระบุว่า การตรวจสอบควรทำอย่างน้อย 2 ตำแหน่งในแนวเส้นรอบวง และตรวจสอบในแนวแกนตามความยาวของชิ้นงานด้วย

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบหลายตำแหน่งตามความยาวของเพลา โดยไม่น้อยกว่า 3 ตำแหน่งในแนวแกน เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ตรวจสอบ


4. NOT GO Gap Gauge

NOT GO Gap Gauge ใช้ตรวจสอบว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลามีขนาด ใหญ่กว่าค่า LML ที่กำหนดหรือไม่

เมื่อใช้เกจตรวจสอบ หากเกจสามารถผ่านหรือเข้ากับชิ้นงานได้ตามเงื่อนไขที่ไม่ควรเกิดขึ้น จะต้องพิจารณาว่าชิ้นงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนด

สำหรับการตรวจสอบด้วย Gap Gauge ควรตรวจสอบทั้ง

  • แนวเส้นรอบวง
  • แนวแกน
  • หลายตำแหน่งตามความยาวของเพลา

เพื่อให้ผลการตรวจสอบครอบคลุมมากขึ้น

 

GO และ NOT GO ทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร?

ประเภท Gauge หน้าที่ เงื่อนไขหลัก
GO Ring Gauge ตรวจสอบขนาดเพลาด้าน GO ต้องผ่านตลอดความยาวของเพลา
NOT GO Ring Gauge ตรวจสอบขีดจำกัดอีกด้าน ต้องไม่สามารถผ่านเพลาได้
GO Gap Gauge ตรวจสอบเพลาขนาดใหญ่ ใช้ตรวจสอบหลายตำแหน่งรอบเพลาและตามแนวแกน
NOT GO Gap Gauge ตรวจสอบขีดจำกัดของเพลาขนาดใหญ่ ต้องไม่ผ่านตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

MML และ LML สำหรับการตรวจสอบเพลา

Maximum Material Limit (MML) และ Least Material Limit (LML) เป็นค่าขีดจำกัดที่ใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดขนาดสำหรับการตรวจสอบเพลา

โดยการตรวจสอบจะพิจารณาว่า ขนาดจริงของเพลา (Real Surface) อยู่ภายในช่วงที่กำหนดระหว่าง MML และ LML หรือไม่

การใช้ Limit Gauge จึงช่วยให้สามารถตรวจสอบชิ้นงานตามขีดจำกัดที่กำหนดได้ โดยไม่จำเป็นต้องอ่านค่าขนาดจริงด้วยเครื่องมือวัดทุกครั้ง


Limit Gauges for Shafts แบบ Cemented Carbide

ใน Catalog ยังมี Limit Gauges for Shafts of Cemented Carbide

ส่วนที่เป็น Gauge ผลิตจาก Cemented Carbide ซึ่งต้นฉบับระบุว่ามีความทนทานต่อการสึกหรอได้ดีกว่าวัสดุ Gauge มาตรฐาน SKS (Steel Alloy)

จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับงานที่ต้องการความทนทานต่อการสึกหรอของ Gauge โดยรูปร่างของผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นไปตามรูปแบบมาตรฐาน


Ring Gauge หรือ Gap Gauge เลือกใช้อย่างไร?

Ring Gauge

เหมาะสำหรับชิ้นงานที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก และสามารถนำชิ้นงานเข้าไปตรวจสอบด้วย Ring Gauge ได้สะดวก

Gap Gauge

เหมาะสำหรับชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ซึ่งอาจไม่สะดวกในการนำชิ้นงานเข้าไปตรวจสอบด้วย Ring Gauge

การเลือกประเภท Gauge จึงควรพิจารณาจาก ขนาด น้ำหนัก และลักษณะของชิ้นงาน รวมถึงวิธีการตรวจสอบที่ต้องการ

 

 

Luer Taper Gauge: เกจตรวจสอบ Luer Taper 6% สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์

Luer Taper เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะ Syringe และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ลักษณะการเชื่อมต่อมีทั้งแบบ Male Luer และ Female Luer ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดาย

Luer Taper Gauge ใช้สำหรับตรวจสอบความถูกต้องของขนาดและรูปทรงของ Luer Taper โดยอ้างอิงมาตรฐาน ISO 594 ซึ่งกำหนด Luer Taper ที่มีอัตราส่วน 6/100

ประเภทของ Luer Taper Gauge

เกจสำหรับ Luer Taper สามารถแบ่งตามการใช้งานได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • ISO 594-1 Gauge – ใช้สำหรับตรวจสอบชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Syringe และอุปกรณ์ตามข้อกำหนดของ ISO 594-1
  • ISO 594-2 Gauge – ใช้สำหรับตรวจสอบคุณสมบัติของการเชื่อมต่อ เช่น การรั่ว การแยกออก แรงดึง และความต้านทานต่อการหมุน ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน

การใช้ Gauge ที่ผลิตด้วยความแม่นยำสูงช่วยให้สามารถควบคุมขนาดของ Luer Taper ได้อย่างเหมาะสมกับข้อกำหนดของอุปกรณ์ทางการแพทย์

จุดเด่นของ Luer Taper Gauge

  • ผลิตด้วยความแม่นยำสูง
  • ใช้สำหรับตรวจสอบ Luer Taper 6%
  • รองรับการตรวจสอบตาม ISO 594
  • มีการเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงความทนทาน
  • เหมาะสำหรับงานผลิตและควบคุมคุณภาพอุปกรณ์ทางการแพทย์

 

 

 

Grind Gauge: เกจสำหรับตรวจสอบขนาดและการกระจายตัวของอนุภาค

Grind Gauge เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจสอบขนาดและการกระจายตัวของอนุภาคในวัสดุประเภทผงหรือสารแขวนลอย โดยสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น

• สี

• หมึก

• เครื่องสำอาง

• อาหาร

• ยา

• พลาสติก

• ซีเมนต์

• เซรามิก

การตรวจสอบด้วย Grind Gauge ช่วยประเมิน ความละเอียดและความสม่ำเสมอของการกระจายตัวของอนุภาค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์

วิธีการใช้งาน Grind Gauge

เริ่มจากนำตัวอย่างวัสดุไปวางบนร่องของ Gauge จากนั้นใช้ Scraper ปาดตัวอย่างไปตามแนวร่อง

เมื่อปาดตัวอย่างแล้ว ให้สังเกตตำแหน่งและรูปแบบของอนุภาคที่เริ่มปรากฏบนผิว Gauge จากนั้นอ่านค่าจาก Scale เพื่อประเมินขนาดหรือการกระจายตัวของอนุภาค

วิธีประเมินผล

1. Distribution Map Method
ใช้สังเกตการกระจายตัวของอนุภาคในบริเวณที่กำหนด และอ่านค่าตำแหน่งที่เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการกระจายตัว

2. Lines Method
ใช้สังเกตบริเวณที่มีเส้นหรืออนุภาคปรากฏต่อเนื่องกันตามเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นอ่านค่าบน Scale และใช้ค่าเฉลี่ยจากการตรวจซ้ำเพื่อประเมินผล

 

 

 

Test Bars: แกนทดสอบสำหรับตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องจักร

Test Bar เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องจักรและอุปกรณ์วัด เช่น การตรวจสอบ ความขนาน (Parallelism), ความกลม (Roundness) และ Runout

เหมาะสำหรับใช้ในการตรวจสอบเครื่องจักรที่ต้องการความแม่นยำสูง รวมถึงงานตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรในกระบวนการผลิต

ประเภทของ Test Bars

จากข้อมูลใน Catalog มี Test Bar หลายรูปแบบ ได้แก่

1. Test Bar with Morse Taper

เป็น Test Bar ที่มีส่วน Taper แบบ Morse Taper (MT) สำหรับใช้กับเครื่องจักรที่รองรับ Morse Taper

มีขนาด Taper No. หลายประเภท เช่น MT No. 0–6

2. Test Bar with Metric 1/20 Taper

เป็น Test Bar ที่ใช้กับ Metric 1/20 Taper เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่ใช้ระบบ Taper ดังกล่าว

3. Test Bar with 7/24 Taper

เป็น Test Bar สำหรับระบบ 7/24 Taper ซึ่งมีหลายขนาดให้เลือกตามข้อกำหนดของเครื่องจักร

4. Test Bar with Both Centres

เป็น Test Bar ที่มีจุดศูนย์ทั้งสองด้าน เหมาะสำหรับใช้ในการตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องจักรและอุปกรณ์วัดตามลักษณะงาน