บริษัทมีแผนจะจัดซื้อเครื่องแมชชีนนิ่งเซ็นเตอร์และใช้งานดอกต๊าปแบบจ่ายน้ำมันผ่านแกน ในอนาคตควรตรวจสอบหรือมีข้อควรระวังอะไรบ้างก่อนเริ่มใช้งานเพื่อให้ดอกต๊าปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน? |
ข้อควรระวังพื้นฐานในการใช้งานดอกต๊าปแบบจ่ายน้ำมันผ่านแกน นั้นเหมือนกับการใช้งานดอกต๊าปทั่วไป แต่เพื่อให้ดอกต๊าปสามารถแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญคือการเตรียมสภาพแวดล้อมของเครื่องจักรให้เหมาะสมกับการใช้งานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรให้ความสำคัญกับ 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่• ระบบไส้กรองน้ำมันหล่อเย็น• แรงดันการจ่ายน้ำมันหล่อเย็นรายละเอียดและแนวทางการตั้งค่าที่เหมาะสม สามารถศึกษาได้จากคำอธิบายด้านล่าง เพื่อให้การใช้งานดอกต๊าปมีประสิทธิภาพสูงสุดและช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาระหว่างการต๊าปเกลียว |
|
เกี่ยวกับไส้กรองน้ำมันหล่อเย็น • เมื่อใช้งาน ดอกต๊าปแบบจ่ายน้ำมันผ่านแกน จำเป็นต้องรักษา ความสะอาดของน้ำมันหล่อเย็น ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ โดยต้องสามารถกรองเศษโลหะและสิ่งสกปรกออกจากน้ำมันได้อย่างเหมาะสม ควรตรวจสอบว่า ไส้กรอง ที่ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องแมชชีนนิ่งเซ็นเตอร์ มีความละเอียดเหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่ |
ได้ยินว่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการต๊าปเกลียวมีทั้ง คมตัดบิ่น และ คมตัดบิ่นขนาดเล็กแม้ว่าจะเรียกต่างกัน แต่ลักษณะความเสียหายของดอกต๊าปทั้งสองแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร? |
คมตัดบิ่น หมายถึง การบิ่นของคมตัดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณส่วนเกลียวหรือส่วนนำของดอกต๊าปส่วน คมตัดบิ่นขนาดเล็ก หมายถึง การบิ่นเพียงเล็กน้อยของคมตัดเนื่องจากไม่มีเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดขนาดของความเสียหายไว้อย่างชัดเจนจึงอาจแยกความแตกต่างระหว่างทั้งสองลักษณะได้ยาก และขึ้นอยู่กับการพิจารณาในแต่ละกรณีอย่างไรก็ตาม คำทั้งสองนี้มีประโยชน์ในการสื่อสาร และอธิบายระดับความรุนแรงของความเสียหายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ภาพตัวอย่างด้านล่างแสดงลักษณะของ คมตัดบิ่น และคมตัดบิ่นขนาดเล็กเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสังเกตและเปรียบเทียบ. |
ตัวอย่างความเสียหายจากคมตัดบิ่นและคมตัดบิ่นขนาดเล็ก
|
① คมตัดบิ่นที่เกิดขึ้นบริเวณคมตัดของส่วนนำ |
② คมตัดบิ่นขนาดเล็กที่เกิดขึ้นบริเวณคมตัดของส่วนนำ |
|
③ คมตัดบิ่นขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นบริเวณส่วนนำ |
④ คมตัดบิ่นที่เกิดขึ้นบริเวณส่วนเกลียวเต็ม |
|
หากปล่อยให้ดอกต๊าปมีลักษณะความเสียหายดังเช่นในภาพ |
ID ซีรีส์รุ่นใหม่ช่วยให้การวัดชิ้นงานราบรื่นยิ่งขึ้นและยกระดับคุณภาพการผลิต
การสื่อสารแบบอนุกรมสองทิศทางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
|
ตอบสนองความต้องการด้านการวัดที่แม่นยำยิ่งขึ้น ID-C Series ซีรีส์ ID-C ไม่มีไฟส่องสว่างด้านหลัง |
ฟังก์ชันสนับสนุนที่หลากหลายเพื่อการทำงานด้านการวัดที่ราบรื่นยิ่งขึ้น ID-F Series |
|
ช่วยให้สามารถวัดค่าได้แม่นยำยิ่งขึ้น ความละเอียด 0.5 μm
ปัจจุบัน ซีรีส์ ID-C และ ID-F มีรุ่นที่มาพร้อมความละเอียด 0.0005 มม. ให้เลือกใช้งาน โดยอุปกรณ์เหล่านี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนระดับความละเอียดได้อีกด้วย* * ยกเว้นรุ่น ID-C ที่มีความละเอียด 0.01 มม. |
หลีกเลี่ยงการพลาดกำหนดการสอบเทียบที่รอการดำเนินการฟังก์ชันแจ้งเตือนรอบการสอบเทียบ หน้าจอ LCD จะแสดงไอคอนเพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อใกล้ถึงกำหนดเวลาการสอบเทียบที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการความแม่นยำของรุ่น ID-C/ID-F ได้อย่างเหมาะสม |
ไอคอนแจ้งเตือนช่วงเวลาการสอบเทียบจะเริ่มกะพริบเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ก่อนถึงกำหนดการสอบเทียบ (เช่น 1 สัปดาห์ก่อนวันสอบเทียบ) |
ISSOKU Gauges
ระบบเกจสำหรับตรวจสอบเกลียว รู และเพลาในงานอุตสาหกรรม
ISOKU Gauges: Thread and Plain Gauging Systems for Industrial Inspection
ในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ความถูกต้องของขนาดและรูปทรงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะชิ้นงานที่มี เกลียว รู และเพลา ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ISOKU Gauges นำเสนอระบบเกจสำหรับการตรวจสอบชิ้นงานหลายประเภท ตั้งแต่ Thread Gauges, Plain Gauges, Master Gauges, Taper Gauges ไปจนถึง Test Bars และ Gauges สำหรับ Medical Equipment เพื่อรองรับงานตรวจสอบในกระบวนการผลิตที่หลากหลาย
การตรวจสอบเกลียวเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการควบคุมคุณภาพชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดย Limit Gauges for Parallel Screw Threads เป็นเกจที่ใช้สำหรับตรวจสอบเกลียวขนานด้วยหลักการ GO / NO-GO เพื่อพิจารณาว่าเกลียวของชิ้นงานผ่านหรือไม่ผ่านตามข้อกำหนด
ISSOKU มีระบบเกจสำหรับตรวจสอบเกลียวขนานหลายรูปแบบ โดยสำหรับเกลียวเมตริกมีทั้ง ISO Class Gauge System และ JIS Grade 1, 2, 3 Gauge System ผู้ใช้งานจึงควรระบุประเภทของระบบเกจที่ต้องการเมื่อสั่งซื้อ
ใน YAMAWA General Catalog หัวข้อ การแก้ไขปัญหาในการต๊าปเกลียวมีการกล่าวถึง "คราบการเชื่อมติด" ว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการต๊าปคราบการเชื่อมติดคืออะไร? มีลักษณะอย่างไร และสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือไม่? |
ในหัวข้อ การแก้ไขปัญหาในการต๊าปเกลียว คำว่า "คราบการเชื่อมติด"หมายถึง สภาวะที่วัสดุของชิ้นงานหลอมตัวจากความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการต๊าปแล้วไปเกาะติดบนเครื่องมือ เช่น ต๊าปหรือดาย ก่อนจะแข็งตัวบนผิวคมตัดของเครื่องมือในทางวิชาการ ปรากฏการณ์นี้อาจเรียกว่า การยึดติดของวัสดุแต่ในเอกสารของ YAMAWA ใช้คำว่า คราบการเชื่อมติด เพื่ออธิบายลักษณะดังกล่าวภาพตัวอย่างต่อไปนี้แสดงลักษณะการเกิดคราบการเชื่อมติดที่เกิดขึ้นจริงเพื่อให้สามารถสังเกตและทำความเข้าใจสภาพของเครื่องมือได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อเกิดคราบการเชื่อมติดแล้ว อาจนำไปสู่ปัญหาในการต๊าปเกลียวได้หลายรูปแบบเช่น คมตัดบิ่น คมตัดแตก ต๊าปหัก เกลียวไม่ได้ขนาด และผิวเกลียวมีคุณภาพไม่ดีดังนั้นจึงควรหมั่นตรวจสอบสภาพของเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันปัญหาและรักษาคุณภาพของงานต๊าปเกลียวให้ได้มาตรฐาน |
ตัวอย่างการเกิดคราบการเชื่อมติดที่เกิดขึ้นจริง
เกลียวนอกท่อแบบขนาน G และ PF เหมือนกันหรือแตกต่างกัน?
|
|
ในทางปฏิบัติ เกลียวนอกท่อแบบขนาน G และ PF ไม่มีความแตกต่างกัน |
คำอธิบาย
PF เป็นชื่อเรียกของ เกลียวนอกท่อแบบขนาน ตามมาตรฐาน JIS ฉบับเดิม ส่วนมาตรฐาน JIS ฉบับปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อเรียกว่า G จากการเปรียบเทียบขนาดมาตรฐานของ PF 1/2-14 และ G 1/2-14
จะเห็นได้ว่าค่ามิติ และค่าความคลาดเคลื่อนทั้งหมด เหมือนกันทุกประการ จึงสามารถถือได้ว่าเป็นเกลียวมาตรฐานเดียวกัน เพียงแต่ใช้ชื่อเรียกต่างกันตามการปรับปรุงของมาตรฐาน JIS
| รายการ ขนาดเกลียว |
มาตรฐาน JIS เดิม PF 1/2-14 | |
ระบบระบบการทำงานของ Spot Cooler Spot Cooler เป็นผลิตภัณฑ์ทำความเย็นโดยใช้ระบบ คอมเพรสเซอร์ ลักษณะเดียวกันกับแอร์บ้าน โดยระบบ คอมเพรสเซอร์จะอัดน้ำยาแอร์ให้อยู่ในรูปของเหลวแรงดันสูง ทำให้เกิดความร้อนขึ้น น้ำยาแอร์ที่ร้อนขึ้นจะไหลไปยัง แผงท่อทองแดง (Condenser) และมีพัดลม พัดอากาศ เพื่อระบายความร้อนออกมาเป็นลมร้อน น้ำยาแอร์ที่เย็นตัวลงแล้วจะผ่าน Capillary Tube (ตัวลดความดัน) ก๊าซที่มีความเย็นนี้จะไหลไปตามแผงท่อทองแดง(Evaporator) ที่มีพัดลมพัดอากาศผ่านซึ่งจะพัดความเย็น ออกมาทางท่อลมเย็น ต่อจากนั้นก๊าซก็จะถูกบีบอัดกลับ เป็นของเหลวดังเดิมที่คอมเพรสเซอร์วนต่อไปเรื่อยๆ |
ถังน้ำทิ้ง
เมื่อเปรียบเทียบกับ Model เก่า สามารถลดปริมาณน้ำทิ้งได้ 18 เท่า
| ถังน้ำทิ้งเล็กลงจากเดิม 90% | |
สภาพแวดล้อมขณะวัด : อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ความชื้น 60%
| Drain amount (cc/h) | Tank capacity | |
| Previous model | 1800 | 20L |
| Current model | 100 | 5L |
ท่อต่อขยายท่อลมร้อน/เย็น
หมายเหตุ :ควรใช้ท่อต่อขยาย 1 ท่อ / เครื่อง
1. ท่อต่อขยายลมเย็น เหมาะสำหรับใช้ตอน วางเครื่องใกล้ๆไม่ได้
2. ท่อต่อขยายลมร้อน ควรมีจุดโค้งงอของท่อ เพียงจุดเดียว
ในงานผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die) และชิ้นส่วนที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง การควบคุมคุณภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องมือวัดราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้
เครื่องมือที่เหมาะสมกับลักษณะงาน และสามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วในทุกขั้นตอนของการผลิต
หลายโรงงานมีเครื่อง CMM หรือ Vision Measuring System สำหรับการตรวจสอบขั้นสุดท้าย แต่การตรวจสอบระหว่างกระบวนการผลิต (In-Process Inspection)
ยังคงต้องอาศัยเครื่องมือวัดเฉพาะทางที่ใช้งานง่าย รวดเร็ว และให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้
บทความนี้รวบรวม 5 เครื่องมือวัดจาก FUJI TOOL ที่ฝ่าย QC และผู้ปฏิบัติงานควรมีติดโต๊ะ เพื่อช่วยลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพ และลดเวลาการตรวจสอบ
ตรวจสอบรัศมี (Radius) ได้อย่างรวดเร็ว
การตรวจสอบ Radius มีความสำคัญต่อคุณภาพของแม่พิมพ์และชิ้นงาน หากรัศมีไม่ตรงตามแบบ อาจส่งผลให้การประกอบไม่สมบูรณ์ เกิดการสึกหรอ หรือทำให้ชิ้นงานไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
ข้อดี
• ตรวจสอบได้ทันที
• ใช้งานง่าย
เกลียวท่อขนานตัวเมีย G และ PF เหมือนกันหรือแตกต่างกัน?
|
โดยพื้นฐานแล้ว เกลียวท่อขนานตัวเมียแบบ G และ PF เป็นเกลียวชนิดเดียวกัน กล่าวได้ว่า G เป็นชื่อเรียก
|
คำอธิบาย
PF เป็นสัญลักษณ์กำหนดขนาดของ เกลียวท่อขนานตัวเมีย ตามมาตรฐาน JIS เดิมในมาตรฐาน JIS ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้สัญลักษณ์ G แทน อย่างไรก็ตาม เกลียวตัวเมีย PF เกรด B ที่เคยมีอยู่ในมาตรฐานเดิมไม่ได้ถูกรวมอยู่ในมาตรฐาน G อีกต่อไปเพื่อประกอบความเข้าใจ
ตารางด้านล่างแสดงขนาดมาตรฐานของเกลียวตัวเมีย