ในอุตสาหกรรมการผลิตแม่พิมพ์ (Mold & Die) และชิ้นส่วนความเที่ยงตรงสูง หลายโรงงานลงทุนกับเครื่องมือวัดขั้นสูง เช่น CMM (Coordinate Measuring Machine) หรือ Vision Measuring System เพื่อให้ได้ผลการตรวจสอบที่แม่นยำที่สุด
แต่หากสังเกตโรงงานผู้ผลิตแม่พิมพ์ชั้นนำของญี่ปุ่น จะพบว่ายังคงใช้ Radius Gauge เป็นเครื่องมือมาตรฐานสำหรับการตรวจสอบหน้างาน
คำถามคือ...
เมื่อมี CMM และ Vision อยู่แล้ว ทำไมยังต้องใช้ Radius Gauge?
คำตอบคือ
CMM ใช้สำหรับ "ยืนยันผลการวัด" แต่ Radius Gauge ใช้สำหรับ "ป้องกันปัญหาก่อนเกิด"
CMM แม่นยำ แต่ไม่เหมาะกับการตรวจทุกชิ้น
CMM เป็นเครื่องมือที่มีความละเอียดสูง สามารถวัดค่าทางเรขาคณิตของชิ้นงานได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการตรวจสอบขั้นสุดท้าย (Final Inspection)
อย่างไรก็ตาม การนำ CMM มาใช้ตรวจสอบทุกชิ้นระหว่างการผลิต อาจมีข้อจำกัด เช่น
• ต้องเคลื่อนย้ายชิ้นงานไปยังห้อง QC
• ใช้เวลาตรวจสอบหลายสิบนาที
• ต้องอาศัยผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญ
ในกระบวนการผลิตแม่พิมพ์ (Mold) และชิ้นส่วนความเที่ยงตรงสูง การวัดค่าที่ผิดพลาดเพียง 0.1 mm อาจส่งผลให้เกิดการประกอบไม่ได้ งานเสีย หรือเกิดการ Rework ที่มีต้นทุนสูง
หลายโรงงานยังคงใช้การวัดด้วยสายตา เวอร์เนียร์ หรือ Template ในการตรวจสอบรูปทรงที่ซับซ้อน ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและปัญหาด้านคุณภาพในภายหลัง
FUJI TOOL ได้พัฒนาเครื่องมือวัดเฉพาะทางเพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบชิ้นงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และลด Human Error ตั้งแต่หน้าเครื่องจักร
1. Radius (R)ปัญหาที่พบ รัศมีมุม (Corner Radius) เป็นตำแหน่งที่ตรวจสอบได้ยาก หากใช้เวอร์เนียร์หรือการกะด้วยสายตา ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้ • Mold ประกบไม่สนิท • Corner แตกง่าย • อายุแม่พิมพ์ลดลง เครื่องมือแนะนำ FUJI TOOL : Radius Gauge ข้อดี • ตรวจสอบ Radius ได้ทันที • ใช้งานง่าย • ไม่ต้องใช้เครื่อง CMM • เหมาะสำหรับตรวจสอบหน้าเครื่อง |
2. Chamferปัญหาที่พบ Chamfer ที่มีขนาดไม่ถูกต้องทำให้ • Assembly |