-ขาตั้งทดสอบแบบใช้มอเตอร์ขับเคลื่อน พร้อมความสามารถในการรับแรงได้อย่างเสถียรสูงสุดถึง 500N
- ทดสอบซ้ำได้อย่างแม่นยำด้วยการควบคุมความเร็วและทิศทางที่คงที่และสม่ำเสมอ
- สามารถควบคุมและกำหนดแรงที่ใช้ในการทดสอบ
- มีซอฟต์แวร์เฉพาะที่สามารถดาวน์โหลดได้สำหรับตั้งค่า/บันทึก/โหลดเงื่อนไขการทดสอบ
| คุณสมบัติ | |
|
ความสามารถในการทำซ้ำของการวัดสูง - รองรับแรงได้เสถียรสูงสุดถึง 500N- กระจายแรงได้สม่ำเสมอในทิศทางต่างๆ และความเร็วในการทดสอบ - มีความแข็งแกร่งสูงแต่มีการโก่งตัวต่ำ |
รองรับการวัดหลากหลายประเภท - การทดสอบความทนทานซ้ำโดยกำหนดจำนวนรอบการทดสอบ- การทดสอบความทนทานโดยรักษาค่าแรงเฉพาะ (*2) - ตารางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งที่หลากหลาย |
[ตัวอย่างการกำหนดค่าผลิตภัณฑ์]
|
สายเคเบิลเสริม] สายเคเบิลเฉพาะสำหรับเชื่อมต่อแท่นทดสอบแบบมอเตอร์และเกจวัดแรง การเชื่อมต่อนี้ช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชันการเชื่อมโยงต่างๆ ได้ |
[ปุ่มปรับระยะชัก] สำหรับตั้งค่าระยะชักขันให้แน่นเพื่อล็อคตำแหน่ง |
|
|
[มาตรวัดแรง] เครื่องมือวัดแรงสำหรับ การวัดแรงอัด/แรงดึง ติดตั้งเข้ากับหัวแท่นทดสอบด้วยสลักเกลียวที่ให้มา |
ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจสำคัญของการผลิต การจัดเก็บและบริหารข้อมูลการวัดอย่างถูกต้อง แม่นยำ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณภาพ ลดต้นทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
AMSA 2.0 (Automated Measurement System Analysis) คือระบบบริหารจัดการข้อมูลการวัดที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากเครื่องมือวัด เครื่องจักร และไฟล์ข้อมูลต่างๆ เข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง ช่วยให้ทุกกระบวนการด้านคุณภาพเป็นระบบ โปร่งใส และพร้อมรองรับการวิเคราะห์เชิงลึกสำหรับการพัฒนาโรงงานสู่ Smart Factory
✔️Service Module
ศูนย์กลางการบริหารจัดการระบบฐานข้อมูล รองรับการจัดการ License, Backup, Upgrade และการดูแลระบบทั้งหมด เพื่อให้การใช้งานมีความเสถียรและปลอดภัย
✔️Logger Module
เชื่อมต่อเครื่องมือวัดโดยตรงผ่าน RS232, USB, Bluetooth หรือ Manual Input ช่วยเก็บข้อมูลการวัดเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการจดบันทึกและการคีย์ข้อมูลซ้ำ
✔️DCU
-Pocket-sized laser measure – fits into a pocket or tool belt, and the BLAZE™ Pro measurer still has 165 Ft. range, a backlit display, multiple measuring features and a 10-measurement storage capability
-Easy-to-read backlit display – illuminates numbers with distinct resolution, allowing work in low-light or no-light conditions
-Default real-time measurement mode – immediately provides accurate measurement that automatically adjusts closer to or farther from the target
-Add/subtract measurements – allows the user to add or subtract measurements
-Multiple measuring features – calculates distance, square footage, volume and indirect measurements
-Memory storage – provides storage for up to 10 measurements
-Accuracy and long-range measuring – provides accuracy up to ±1/16 In. and measures up to 165 Ft. distance
-Jobsite tough – withstands rainy or dusty jobsite conditions, and is IP54 rated
-Handy wrist strap – for
ผมกำลังทำเกลียวโบลต์ขนาด M12 × 1.5 ซึ่งมีหัวโบลต์รูปทรงพิเศษ จึงจำเป็นต้องกลึงเกลียวนอกด้วยเครื่องกลึงแม้ว่าดายจะสามารถตัดเกลียวได้ แต่ขนาดเกลียวที่ได้กลับไม่ถูกต้องทำให้น็อตไม่สามารถขันเข้ากับโบลต์ได้อย่างเหมาะสมเกลียวนี้ถูกทำด้วย ดายแบบปรับขนาดได้แต่แม้จะปรับดายแล้ว ขนาดเกลียวยังคงใหญ่เกินไปดูเหมือนว่ากระบวนการเก็บผิวเกลียวนอกจะยังไม่สมบูรณ์มีวิธีแก้ไขปัญหาโบลต์ที่ผ่านการขึ้นรูปแล้วนี้หรือไม่? |
ดายที่ใช้สำหรับทำเกลียวนอก น่าจะเป็น ดายแบบปรับขนาดได้แบบมีสกรูปรับสกรูปรับของดายนั้นมีหน้าที่ช่วยปรับขนาดเกลียวให้เล็กลงได้เล็กน้อยแต่ไม่มีฟังก์ชันในการบังคับลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของดายให้เล็กกว่าช่วงการปรับขั้นต่ำได้ดังนั้น ระหว่างการขึ้นรูป ดายอาจเกิดการถ่างตัวบริเวณร่องปรับ ส่งผลให้เกลียวที่ตัดออกมามีขนาดใหญ่เกินไปผมคิดว่าคุณจะสามารถทำเกลียวนอกได้ดีกว่ามากด้วย “โซลิดดาย : D”รุ่นใหม่ของเรา เพราะตัวดายไม่ถ่างออกเหมือน ดาบแบบปรับขนาดได้ |
|
“โซลิดดาย : D” สามารถตัดเกลียวนอกได้อย่างแม่นยำและมั่นคงกว่า ดายแบบปรับขนาดได้เนื่องจากเป็นดายแบบชิ้นเดียว ที่ไม่มีร่องปรับ ดังนั้น |
ในยุคที่โรงงานต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดของเสีย และยกระดับคุณภาพสินค้า เทคโนโลยี Machine Vision และ AI Inspection กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ
ของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ แต่หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือ การพัฒนาระบบ Vision แบบเดิมมักต้องใช้ Programmer หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ทำให้ใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง MERLIC คือ Software สำหรับงาน Machine Vision ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้โรงงาน
สามารถสร้างระบบตรวจสอบด้วย AI ได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม (No-Code)
เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มต้น AI Transformation และ Automation ได้อย่างรวดเร็ว
MERLIC คืออะไร |
MERLIC เป็น Machine Vision Software จาก MVTec ที่พัฒนาเพื่อรองรับงานตรวจสอบคุณภาพในโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
จุดเด่นสำคัญคือ
✔️ ใช้งานง่าย
✔️ ไม่ต้องเขียนโปรแกรม
✔️ รองรับ AI และ Deep Learning
✔️ เชื่อมต่อระบบโรงงานได้ครบ
✔️ เหมาะกับงาน Inspection หลากหลายประเภท
ผู้ใช้งานสามารถสร้างระบบ Vision ผ่าน Interface แบบ Visual และ Drag & Drop ได้ทันที ช่วยลดภาระทีม Automation
ในการทำเกลียวนอก PT ได้ยินมาว่า โซลิดดาย ให้ผลลัพธ์ดีกว่า ดาย แบบทั่วไปแต่เมื่อทดลองนำ โซลิดดาย PT 1/4 สำหรับเกลียวท่อ ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 38 mmไปใส่กับ ด้ามจับดายมาตรฐานขนาด 38 mm ที่ใช้กับเกลียวเมตริก กลับไม่สามารถใช้งานได้ดูเหมือนว่าตำแหน่งรูสำหรับขันยึด ดาย เข้ากับ ด้ามจับ จะต่างกันผมจะสามารถใช้งาน โซลิดดาย PT สำหรับเกลียวท่อกับ ด้ามจับมาตรฐานได้อย่างไร? |
แม้ว่าจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (O.D.) เท่ากัน แต่โซลิดดาย PT สำหรับเกลียวท่อมาตรฐาน JISจะมีตำแหน่งรูยึดสกรูแตกต่างจาก ดาย มาตรฐานสำหรับเกลียวเมตริกดังนั้น โซลิดดาย ของ YAMAWA รุ่นเดิมจึงไม่สามารถใช้ร่วมกับ ด้ามจับดายมาตรฐาน ได้อย่างไรก็ตาม YAMAWA ได้พัฒนา“โซลิดดาย รุ่น D สำหรับเกลียวท่อ”ซึ่งออกแบบให้มีตำแหน่ง รูยึดสกรู เหมือนกับ ดาย มาตรฐานจึงสามารถติดตั้งและขันยึดกับ ร่วมกับ ด้ามจับดายมาตรฐานได้โดยตรงเมื่อต้องการสั่งซื้อ กรุณาระบุว่า “โซลิดดายสำหรับเกลียวท่อ : รุ่น D”เพื่อให้ได้รุ่นที่รองรับการใช้งานกับด้ามจับมาตรฐาน |
|
ต้องการทำเกลียวในวัสดุสเตนเลส โดยปกติจะใช้น้ำมันตัดชนิดไม่ละลายน้ำร่วมกับต๊าปร่องเลื้อยสำหรับสเตนเลสรุ่น SU-SP และต๊าปร่องตรงสำหรับสเตนเลส รุ่น SU-POแต่ครั้งนี้มีงานขนาด M7×1 และ M10×0.75 ซึ่งไม่ค่อยมีใช้งานทั่วไป จึงมีเพียงต๊าป SP มาตรฐานอยู่แล้วสามารถนำมาใช้งานได้เลยหรือไม่ และอยากลดปัญหาระหว่างการต๊าปให้ได้มากที่สุด |
หากต้องการต๊าปเกลียวในสเตนเลส แนะนำให้เพิ่มการเคลือบผิวแบบ การเคลือบผิวด้วยออกไซด์ให้กับต๊าปที่มีอยู่กระบวนการนี้เป็นการเคลือบที่ใช้กับต๊าปรุ่น SU-SP และ SU-PO อยู่แล้วต่อไปนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพและข้อดีของการเคลือบดังกล่าว |
|
การเคลือบผิวด้วยออกไซด์คืออะไร |
|
ในยุคที่โรงงานต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ระบบตรวจสอบคุณภาพด้วยกล้อง (Vision Inspection) กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญในสายการผลิต แต่ปัญหาสำคัญของหลายโรงงานคือ การพัฒนาระบบ Vision แบบเดิมมักต้องใช้ Programmer หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทำให้ใช้เวลานาน ปรับเปลี่ยนยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง
ด้วยเหตุนี้ “Software แบบ Non-code” จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในงาน Vision Inspection เพราะช่วยให้โรงงานสามารถสร้างและปรับแต่งระบบตรวจสอบได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม
NON-CODE VISION คืออะไร |
Non-code Vision Software คือซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ผ่านระบบ Drag & Drop หรือการตั้งค่าแบบ Visual Interface ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างระบบตรวจสอบด้วยกล้องได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้าน Coding ระบบสามารถรองรับงานตรวจสอบหลากหลายประเภท เช่น
✔️ ตรวจวัดขนาด
✔️ ตรวจสอบตำหนิพื้นผิว
✔️ ตรวจสีและลักษณะสินค้า
✔️ ตรวจสอบการประกอบ
✔️ อ่าน Barcode / QR Code / OCR
✔️ เก็บข้อมูลและสร้างรายงานอัตโนมัติ
ในยุคที่การแข่งขันด้านการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงงานจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพสินค้าให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และสม่ำเสมอมากที่สุด หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาช่วยยกระดับกระบวนการผลิตคือ Vision Inspection หรือระบบตรวจสอบด้วยกล้องอัจฉริยะ
Vision Inspection คือระบบที่ใช้กล้อง ร่วมกับซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพและ AI ในการตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานแบบอัตโนมัติ สามารถตรวจสอบได้ทั้งขนาด ตำหนิ สี การประกอบ รวมถึงการอ่าน Barcode หรือ QR Code ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ช่วยลดความผิดพลาดจากการตรวจสอบด้วยสายตามนุษย์ และรองรับการตรวจสอบ 100% ของชิ้นงานในสายการผลิต
ทำไม VISION INSPECTION ถึงสำคัญ |
✔️ลดของเสียและป้องกัน Defect หลุดถึงลูกค้า
ระบบสามารถตรวจจับข้อผิดพลาดได้ทันที ช่วยลดของเสีย ลดงาน Rework และลดปัญหาสินค้าหลุดถึงลูกค้า
✔️เพิ่มความเร็วในการตรวจสอบ
Vision Inspection สามารถตรวจสอบชิ้นงานได้ต่อเนื่องแบบ Real-time เร็วกว่าการตรวจด้วยคนหลายเท่า
✔️ลดการพึ่งพาแรงงาน
ช่วยลดภาระของพนักงาน QC และลดความผิดพลาดจากความเหนื่อยล้าหรือประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
สำหรับงานคำนวณ, สำหรับการคงค่าต่ำสุด-สูงสุด และ สำหรับการใช้งานเกจวัดรู
|
คุณสมบัติ ฟังก์ชันการคำนวณทำงานกับค่าการเคลื่อนที่ของแกนหมุน ใส่สูตรที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะกับแอปพลิเคชันจะสามารถวัดค่าได้โดยตรง ลดความจำเป็นในการใช้ตารางแปลงค่า ฟังก์ชัน Peak (TIR / MAX / MIN) ช่วยให้ตัดสิน GO/±NG จากค่าสูงสุดผ่านหรือไม่ ใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่ายด้วยปุ่มเพียง 5 ปุ่ม พร้อมไอคอนสถานะ หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ พร้อมกราฟแท่ง แบบอนาล็อก เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ทำการสุ่มตัวอย่าง 50 ครั้ง/วินาที ทำให้ตรวจจับค่าสูงสุดได้อย่างแม่นยำ |
|||
ดิจิตอลอินดิเคเตอร์ สำหรับการคงค่าต่ำสุด-สูงสุด
|
คุณสมบัติ ฟังก์ชัน Peak (TIR / MAX / MIN) ช่วยให้ตัดสิน GO/±NG จากค่าสูงสุดผ่านหรือไม่ ใช้งานง่าย มีหลายฟังก์ชันผ่านปุ่ม 5 ปุ่ม พร้อมไอคอนแสดงสถานะ หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ พร้อมกราฟแท่งแบบอนาล็อก เป็นมาตรฐานทุกรุ่น ทำการสุ่มตัวอย่าง 50 ครั้ง/วินาที ทำให้ตรวจจับค่าสูงสุดได้อย่างแม่นยำ |
|||
ดิจิตอลอินดิเคเตอร์ สำหรับการใช้งานเกจวัดรู
|
คุณสมบัติ ออกแบบเฉพาะสำหรับการวัดภายใน | |||